[x]
<- ปิดหน้าต่างนี้
กิจกรรมแจกเสื้อเว็บ
ครบรอบปีที่ 5 จีจีจี

เทคนิคการล้างแอร์บ้าน

Computer Pc, Notebook, Windows, Driver, Ghost/เทคนิคการล้างแอร์บ้าน => การล้างแอร์ควรล้างกี่เดือนครั้ง

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
เทคนิคการล้างแอร์บ้าน  (อ่าน 74417 ครั้ง) A A A A


0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์


มารเหนือเทพ
ผู้ดูแลพิเศษ
เพศ: ชาย
ลำดับที่: 5
กระทู้: 5622
ให้ขอบคุณ: 2728
รับขอบคุณ: 2515
• สมัครสมาชิกเมื่อ •
30 ก.ย. 52, 10.10
• เข้าระบบล่าสุด •
28 ส.ค. 57, 14.57

« เมื่อ: 12 พ.ย. 53, 07.10 »
Share




การล้างแอร์ควรล้างกี่เดือนครั้ง

หลายท่านอาจจะเกิดคำถามว่าในการล้างแอร์บ้านควรจะล้างกี่เดือนครั้งดี เพราะเห็นช่างส่วนใหญ่ก็บอกให้ล้างทุกๆ 6 เดือน แต่บางทีพึ่งล้างไม่กี่เดือนก็เริ่มไม่ค่อยเย็นแล้ว ซื่งปัจจัยในการล้างแอร์บ่อยครั้งแค่ไหนนั้น มีดังนี้

    * ปัจจัยหนึ่งก็คือเราเปิดใช้งานแอร์ตัวนั้นบ่อยครั้งและนานแค่ไหนยิ่ง เปิดบ่อยๆหรือเปิดนานๆ ก็ยิ่งต้องล้างแอร์บ่อยครั้งขึ้นเท่านั้น เพราะขณะทีแอร์กำลังทำงาน จะมีการดูดอากาศเข้าไปภายในตัวเครื่องเพื่อหมุนเวียนแล้วพ่นลมเย็นออกมา ทำให้มีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไป แล้วไปหมักหมมอยู่ภายในตัวเครื่อง และจะทำให้ระบายความเย็นได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้เเอร์ทำงานหนักและกินไฟเพิ่มขึ้น
    * อีกปัจจัยหนึ่งก็คือตำแหน่งที่อยู่อาศัยของท่าน ถ้าหากอยู่ติดถนน หรืออยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมาก เช่น บริเวณที่กำลังมีการก่อสร้าง เป็นต้น ก็จำเป็นจะต้องล้างแอร์บ่อยครั้งขึ้นตามปริมาณฝุ่นละออง (สังเกตง่ายถ้าด้านหลังของคอยล์ร้อนเริ่มมีฝุ่นจับมากก็ควรล้างทันที อยู่ปล่อยให้อุดตันจนอากาศไหลเวียนได้ไม่สะดวก)



ข้อแนะนำ : ควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของแอร์ด้วยน้ำเปล่าทุกๆอาทิตย์ เพื่อลดการอุดตันของแผ่นกรอง(ช่วยประหยัดไฟได้อีกนิด)
ข้อสังเกต : แอร์จะทำความเย็นได้ดีขึ้น 10-15 เปอร์เซนต์ และประหยัดไฟขึ้นอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ หลังจากการล้างแอร์ อีกทั้งยังช่วยลดสิ่งสกปรก เชื่อโรคที่สะสม อยู่ภายในเครื่องปรับอากาศทำให้เป็นผลดีกับสุขภาพของท่านด้วย

ว่าด้วยคำถามต้องเติมน้ำยาแอร์บ้านบ่อยไหม


ลูกค้าหลายท่านชอบถามเวลาจะล้างแอร์ว่า ต้องเติมน้ำยาประมาณเท่าไหร่ จะต้องเสียกี่บาท ซื่งตรงนี้มันระบุแน่ชัดไม่แน่ชัดหรอกครับว่าต้องเติมน้ำยาแอร์เท่าไหร่ เพราะแอร์แต่ละเครื่องมันจะมีอัตราการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ไม่เท่ากัน ซื่งส่วนใหญ่แอร์ที่พึ่งติดตั้งไปไม่เกิน 1 ปี ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำยาแอร์(ถ้าเติมก็ไม่เกิน10ปอนด์/ต่อตารางนิ้ว)แต่ถ้า เช็คแล้วน้ำยาขาดไปค่อนข้างเยอะ แสดงว่ามีปัญหาจากการติดตั้งแล้วครับ

ส่วนแอร์เก่าหลังจาก 1 ปีเป็นต้นไปนั้นจะเติมน้ำยาแอร์บ่อยแค่ไหนก็ต้องดูว่ามีจุดรั่วซึมของน้ำยา มากแค่ไหน(ซื่งดูด้วยตาเปล่ายากมาก ถ้าไม่รั่วออกมามากจริงๆ) ซื่งบริเวณที่มักจะมีน้ำยารั่วซึมคือจุดเชื่อมต่อต่างๆ หรือท่อทองแดงอาจเสียดสีกันจนน้ำยาแอร์สามารถรั่วซึมออกมาก็เป็นได้ ซื่งถ้าแอร์ของท่านมีจุดรั่วมากก็ย่อมต้องเติมมากและต้องเติมบ่อยขึ้นครับ(อาการน้ำยาพร่องแต่ไม่ถึงกับรั่วนี่จะหาจุดที่รั่วซึมยากมากเลยครับ)

โดยอัตราน้ำยาในระดับปกติของแอร์บ้านทั่วไป จะต้องอยู่ที่ 70-80 ปอนด์/ตารางนิ้ว หรือแล้วแต่ทางผู้ผลิตจะกำหนดมาในแต่ละรุ่นครับ

เราควรล้างแอร์บ้านบ่อยครั้งแค่ไหน


มีลูกค้าหลายท่านถามผมว่าควรล้างแอร์บ้านบ่อยครั้งแค่ไหน จึงขอเขียนตอบลงในบทความนี้เลยละกันนะครับ โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีคนบอกว่าต้องล้างแอร์6 เดือน/ครั้ง ซื่งตรงนี้คือการประมาณเท่านั้นครับ การที่เราต้องล้างแอร์บ่อยครั้งแค่ไหนมันไม่ตายตัวหรอกครับมันแล้วแต่ปัจจัย หลายๆอย่างๆด้วย เช่น

    * บริเวณที่เราอาศัยอยู่นั้นอยู่บริเวณไหน ถ้าอยู่ติดถนนก็จำเป็นต้องล้างบ่อยขึ้นโดยสังเกตได้จากแผงคอยล์ร้อนว่าเริ่ม มีการอุดตันของสิ่งสกปรกรึยัง
    * และถ้าหากไม่อยู่ติดถนนแต่ใกล้เคียงกับบ้านเรามีการก่อสร้างก็จะทำให้มีสิ่งสกปรกอุดตันเร็วเช่นกัน
    * ภายในห้องมีการใช้แป้งเยอะหรือไม่ หรือที่นอนเป็นฝุ่นเยอะหรือไม่ ตรงนี้ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ต้องล้างแอร์เร็วขึ้นนะครับ
    * อีกปัจจัยก็คือเราใช้แอร์ตัวนี้บ่อยครั้งแค่ไหน ถ้าเกิดเปิดใช้ทุกวันก็จะทำให้สิ่งสกปรกอุดตันได้เร็วขึ้น เพราะแอร์มีการดูดอากาศที่มีฝุ่นละอองเข้าไปในตัวแอร์อยู่ตลอดเวลา

ซื่งจากสาเหตุข้างต้นแอร์บางเครื่องจึงควรล้างอย่างน้อย 3 เดือน/ครั้ง เพื่อยืดอายุการใช้งาน ประหยัดไฟ และเพื่อสุขภาพของเราครับ และอีกวิธีนึงที่สามารถช่วยได้เยอะเลยก็คือหมั่นล้างทำความสะอาดแผ่นกรองทุก อาทิตย์ด้วยตนเองครับ

วิธีล้างแอร์บ้านแบบติดผนัง(ล้างใหญ่)

เมื่อแอร์เริ่มใช้งานไปได้ประมาณ 6 เดือนแล้วเราควรทำการฉีดล้างตัวแอร์บ้างนะครับ เพื่อความสะอาดและเพื่อความประหยัดไฟ (อาจจะเร็วกว่า 6 เดือน ในกรณีที่บ้านอยู่ติดถนนหรือที่ที่มีฝุ่นละอองเยอะ)

ส่วนวิธีการล้างแอร์ติดผนังมีดังนี้ครับ


1. ให้ทำการเปิดหน้า*ออกมาโดยใช้มือทั้งสองข้าง (ที่ดึงจะอยู่ริมซ้ายและขวา) เพื่อดึงแผ่นกรองอากาศออกมาก่อน

2. ขันสกรูที่ยึดตัวหน้า*แอร์ไว้ (แต่ละยี่ห้อจะมีจุดยึดไม่เหมือนกัน ให้สังเกตดีๆ)

3. ค่อยๆดึงหน้า*แอร์แอร์ออกมา บางยี่ห้อสามารถดึงโดยจับด้านบนหน้า*แอร์ บางยี่ห้อสามารถใช้มือสองข้างจับริมหน้า*แอร์แล้วดึงออกได้เลย (ให้สังเกตจุดล็อกเอา)

4. ขันสกรูที่ล็อคถาดน้ำทิ้งออก แล้วค่อยขยับปล็ดล็อคถาดน้ำทิ้ง จากนั้นก็ดึงท่อทิ้งที่อยู่กับถาดน้ำทิ้งออก



5. ใช้ผ้าใบพลาสติกคลุมแอร์ไว้ (คลุมแบบไหนก็ได้ไม่ให้น้ำหยด) แล้วทำการฉีดล้างด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูง(ก่อนฉีดล้างควรสับเบรกเกอรร์ลง และใช้ผ้าคลุมแผงควบคุมด้านขวามือไว้)


6. ใช้โบวเวอร์เป่าแผงคอยล์และแผงไฟให้แห้ง แล้วใช้ผ้าเช็ดให้สะอาด

7. ประกอบแอร์กลับเข้าที่ให้เรียบร้อยโดยเริ่มจากใส่ถาดน้ำทิ้งก่อน


8. ทำการฉีดล้างคอยล์ร้อน(คอนเดนซิ่งยูนิต) ให้สะอาดด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูง โดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วน

9. จากนั้นก็สับเบรกเกอร์ขึ้น แล้วเปิดแอร์เพื่อทดสอบการทำงาน




เครดิต airthai








อนุญาตให้สมาชิกขอบคุณกระทู้ของคุณ:

ping-pong, กฤษ, หลวงเภาจอมลีลา, SunStar77, MetZelDer™, ไบค์บ่าวลี้, lab, loize

สำหรับกระทู้นี้, 8 สมาชิก ได้ขอบคุณ!
บันทึกการเข้า

065 จงมองไปข้างหน้า ทุกปัญหาย่อมมีหนทางแก้ไข 065

ออฟไลน์


มารเหนือเทพ
ผู้ดูแลพิเศษ
เพศ: ชาย
ลำดับที่: 5
กระทู้: 5622
ให้ขอบคุณ: 2728
รับขอบคุณ: 2515
• สมัครสมาชิกเมื่อ •
30 ก.ย. 52, 10.10
• เข้าระบบล่าสุด •
28 ส.ค. 57, 14.57

« ตอบ #1 เมื่อ: 12 พ.ย. 53, 07.17 »
Share


อาการของแอร์ไม่เย็น

อาการของแอร์เมื่อน้ำยาั่รั่ว

อาการของแอร์เมื่อน้ำยาั่รั่ว จะสังเกตได้ดังนี้ครับ

    * แอร์มีอาการไม่ค่อยเย็น หรือไม่เย็นเลย
    * คอมเพรสเซอร์แอร์ยังทำงานอยู่ เน้นย้ำว่าคอมเพรสเซอร์นะครับ เพราะบางครั้งพัดลมคอยล์ร้อนหมุนแต่คอมเพรสเซอร์อาจไม่ทำงานก็เป็นได้
    * ท่อน้ำยาแอร์หรือแผงคอยล์เย็น มีน้ำแข็งเกาะ

ซื่งในการตรวจสอบจุดรั่วคร่าวๆสามารถตรวจสอบได้โดย สังเกตว่ามีคราบน้ำมันตรงจุดที่น่าจะมีการรั่วไหลของน้ำยาแอร์ได้ง่าย เช่น จุดต่อของแฟร์นัต(อยู่ช่วงท่อน้ำยาแอร์เชื่อมต่อกับตัวแอร์) , บริเวณเซอร์วิสวาล์ว , จุดเชื่อมต่อท่อ(กรณีเดินท่อยาวๆ) เป็นต้น หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือให้อัดน้ำยาแอร์,ก๊าซไนโตรเจน เข้าไปในระบบแล้วใช้น้ำผสมสบู่ลูบหาตรงบริเวณที่คาดว่าน่าจะรั่ว ถ้าจุดไหนรั่วจะเห็นฟองสบู่โตขึ้นมา (ถ้ารั่วรูเล็กๆจะสังเกตได้ยากมาก)

อาการแอร์เปิดปิดด้วยรีโมทไม่ได้และวิธีแก้ไข


อาการแอร์เปิดปิดด้วยรีโมทไม่ได้ โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีสาเหตุ ดังนี้ครับ

    * ถ่านที่ใส่ไว้ในรีโมทแอร์หมดอายุการใช้งาน อาการนี้จะสังเกตได้ง่ายคือ หน้าจอรีโมทแอร์จะไม่มีไฟ ไม่มีการแสดงผล หรือมีแต่ก็เห็นแบบลางๆ วิธีแก้ไขคือต้องเปลี่ยนถ่านซื่งขนาดของถ่านจะแล้วแต่ทางผู้ผลิตแอร์ยี่ห้อ นั้นๆเค้ากำหนดมาครับ
    * เกิดจากที่ตัวรับสัญญาณรีโมทเเสียหรือสกปรก ถ้าสกปรกก็สามารถแก้ไขด้วการทำความสะอาดครับ แต่ถ้าเสียต้องเปลี่ยนใหม่อย่างเดียว
    * แผงควบคุมเสีย ตรงนี้ต้องเปลี่ยนแผงหรือส่งซ่อทศูนย์อย่างเดียวครับ

ถ้าไม่สามารถซ่อมด้วยตัวเองได้ ระหว่างรอช่างมาซ่อมแอร์ สามารถเปิดปิดแอร์ได้ที่หน้าเครื่องไปก่อนครับ สังเกตจะมีปุ่ม on/off อยู่ (แอร์บางยี่ห้อก็ไม่มีนะครับ)

แอร์แผงคอยล์รั่วจะซ่อมหรือจะเปลี่ยนดี


สำหรับท่านที่กำลังประสบปัญหาแอร์บ้านมี อาการไม่เย็นเนื่องจากแผงคอยล์เย็นรั่วและกำลังคิดว่าจะซ่อมรั่วหรือจะ เปลี่ยนใหม่ดี ผมขอแนะนำว่าถ้ามีงบประมาณพอที่จะเปลี่ยนแผงคอยล์เย็นใหม่ได้ก็เปลี่ยนไป เถอะครับ (ตรงนี้ตรงเช็คราคาค่าเปลี่ยนกับสภาพแอร์ขณะนั้นดู ถ้าเก่ามากก็เปลี่ยนเครื่องใหม่ไปเลยครับ จะได้ไม่มีปัญหานู่นนี่นั่นเสียเรื่อยๆ) เพราะถ้าเชื่อมไปแล้วอาจจะไม่คุ้มเพราะอยู่ได้ไม่นาน ซื่งหลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงเชื่อมรั่วที่บริเวณแผงคอยล์แล้วถึงอยู่ ได้ไม่นาน ทีช่างเชื่อมต่อท่อทองแดงตอนติดตั้งยังอยู่ได้ตั้งนานเลย เหตุผลก็คือส่วนใหญ่ถ้าแอร์บ้านมีอาการรั่วที่แผงคอยล์จะมีสาเหตุจากการที่ แผงคอยล์ตัวนั้นเริ่มผุแล้ว ถ้าเชื่อมรั่วไปสักพักมันก็อาจจะรั่วที่ใหม่หรือที่บริเวณใกล้เคียงได้ โดยเฉพาะแผงคอยล์ร้อนไม่แนะนำให้เชื่อมรั่วเพราะจะมีแรงดันน้ำยาสูงมาก(กรณี ที่แผงคอยล์ผุนะครับถ้ารั่วมาจากสาเหตุอื่น เช่น แผงคอยล์มีการเสียดสีกับวัสดุอื่นจนเกกิดรอยรั่วก็ยังสามารถเชื่อมได้อยู่ ครับ)

วิธีตรวจเช็คเมื่อคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ทำงาน


ถ้าอยู่ดีๆแล้วแอร์เกิดไม่เย็นขึ้นมา เมื่อไปดูที่คอมเพรสเซอร์ก็ไม่ทำงานเราจะมีวิธีตรวจเช็คว่าอะไหล่ตัวไหนเสีย ไปทีละขั้นตอนดังนี้ครับ
1. ดูว่าพัดลมที่คอยล์ร้อนหมุนหรือไม่ ถ้าหมุนก็แสดงว่าแผงควบคุมสั่งงานคราวนี้ก็เหลือแต่คาปาซิสเตอร์(แคป)กับ คอมเพรสเซอร์ครับที่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้าเกิดพัดลมไม่หมุนเลยแสดงแผงควบคุมอาจจะมีปัญหา หรือไม่ก็มีปัญหาเกี่ยวกับระบบระบายความร้อนจนแอร์ไม่สามารถระบายความร้อนได้จนคอมเพรสเซอร์ไหม้
2. ถ้าพัดลมคอยล์ร้อนหมุนอยู่ คราวนี้ก็สับเบรกเกอร์ลง แล้วให้ถอดฝาครอบด้านบนของคอยล์ร้อนออก ให้ถอดแคป(ลักษณะเป็นทรงกระบอกคล้ายปลากระป๋องสีอะลูมีเนียม)ออกมาตรวจดูว่า มีรอยบวม หรือมีน้ำเยิ้มออกมาหรือปล่าว หรือลองเขย่าดูก็ได้ถ้ามีเสียงเหมือนมีน้ำอยู่ภายในแสดงว่าใช้ได้(วิธีนี้ อาจลูกทุ่งไปหน่อยนะครับ) ถ้าจะให้ดีให้ไปซื้ออันใหม่มาลองเปลี่ยนดูจะดีกว่า แล้วขึ้นเบรกเกอร์ใหม่ลองดูว่าคอมเพรสเซอร์ทำงานหรือไม่
3. ถ้าซื้อแคปมาเปลี่ยนแล้วไม่ตอมเพรสเซอร์ยังไม่ทำงานอีก ก็แสดงว่าคอมเพรสเซอร์เสียแล้วหล่ะครับ ซื่งมาถึงจุดนี้ต้องให้ช่างซ่อมแอร์ที่ชำนาญมาเช็คให้แล้วหล่ะครับว่าพอจะซ่อมได้หรือไม่หรือต้องเปลี่ยนอย่างเดียวเท่านั้น

ควรทำอย่างไรเมื่อแอร์ไม่เย็น


ในกรณีที่แอร์บ้านของท่านอยู่ๆก็เกิดอาการไม่เย็นขึ้นมากะทันหัน ขั้นแรกควรสังเกตที่รีโมตแอร์ก่อนว่าตั้งอุณหภูมิหรือตั้งโหมดการทำงานถูก หรือไม่เพราะอาจไม่คนเผลอไปกดรีโมต ถ้าเป็นที่ตั้งรีโมตผิดจริงๆท่านก็จะได้ไม่ได้เสียเงินและเสียเวลาในการ เรียกช่างแอร์มาตรวจสอบครับ และถ้าไม่ได้เกิดจากตั้งรีโมตผิด ก็ควรสังเกตด้วยว่ามีชิ้นส่วนใดไม่ทำงานบ้าง หรือท่อแอร์เป็นน้ำแข็งหรือเปล่า ซื่งถ้ามีอาการเหล่านี้ควรปิดแอร์ทันที ไม่ควรฝืนเปิดแอร์ต่อไปเพราะอาจจะทำให้ยิ่งเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมเพิ่ม ขึ้นอีกก็เป็นได้ และควรแจ้งอาการช่างให้มาทำการซ่อมแอร์ทันที



เครดิต airthai

อนุญาตให้สมาชิกขอบคุณกระทู้ของคุณ:

หลวงเภาจอมลีลา

สำหรับกระทู้นี้, 1 สมาชิก ได้ขอบคุณ!
บันทึกการเข้า

065 จงมองไปข้างหน้า ทุกปัญหาย่อมมีหนทางแก้ไข 065

ออฟไลน์


มารเหนือเทพ
ผู้ดูแลพิเศษ
เพศ: ชาย
ลำดับที่: 5
กระทู้: 5622
ให้ขอบคุณ: 2728
รับขอบคุณ: 2515
• สมัครสมาชิกเมื่อ •
30 ก.ย. 52, 10.10
• เข้าระบบล่าสุด •
28 ส.ค. 57, 14.57

« ตอบ #2 เมื่อ: 12 พ.ย. 53, 07.20 »
Share


อุปกรณ์ในระบบแอร์

ฟิลเตอร์ดรายเออร์คืออะไร


ฟิลเตอร์ดรายเออร์ คือ ตัวกรองสิ่งสกปรกและดูดความชื้นภายในระบบแอร์ โดยดรายเออร์นี้จะติดตั้งอยู่ระหว่างแผงคอยล์ร้อนกับแค็ปทิ้ว ซื่งถ้าเกิดแอร์น้ำยารั่วหรือมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ ควรจะเปลี่ยนดรายเออร์ด้วยเพราะอุปกรณ์ตัวนี้สามารถดูดความชื้นจากอากาศได้ เป็นอย่างดีทำให้ดรายเออร์หมดคุณภาพ



เครดิต airthai

อนุญาตให้สมาชิกขอบคุณกระทู้ของคุณ:

หลวงเภาจอมลีลา

สำหรับกระทู้นี้, 1 สมาชิก ได้ขอบคุณ!
บันทึกการเข้า

065 จงมองไปข้างหน้า ทุกปัญหาย่อมมีหนทางแก้ไข 065

ออฟไลน์


ping-pong
ผู้ดูแลระบบ
เพศ: ชาย
ลำดับที่: 776
กระทู้: 3272
ให้ขอบคุณ: 3067
รับขอบคุณ: 3683
• สมัครสมาชิกเมื่อ •
30 ต.ค. 52, 12.53
• เข้าระบบล่าสุด •
29 ส.ค. 57, 20.20

« ตอบ #3 เมื่อ: 12 พ.ย. 53, 08.05 »
Share


ขอบคุณครับท่านมาร อยู่ที่บริษัทผมถอดแต่ตะแกรงมันล่ะครับมาล้าง ส่วนถ้าด้านในก็จ้างช่างมาล้างครับ แต่ดูจากบทความท่านมารแล้ว แล้วก็ที่เขาทำแล้วก็ไม่น่าจะยากเลยนะครับ แต่ผมสงสัยเรื่องระบบไฟครับ ไม่อันตรายเหรอครับในตัวแอร์ เห็นเขามาล้างไม่เคยถามหาเบรคเกอร์เลย เขาปิดแอร์แล้วก็ล้างเลย อันตรายหรือเปล่าครัับ กลัวเรื่องไฟล่ะครับ เพราะการล้างดูแล้วไม่น่ายาก ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

-04 ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วพรุ่งนี้ก็จะดีเอง -04

ออฟไลน์


มารเหนือเทพ
ผู้ดูแลพิเศษ
เพศ: ชาย
ลำดับที่: 5
กระทู้: 5622
ให้ขอบคุณ: 2728
รับขอบคุณ: 2515
• สมัครสมาชิกเมื่อ •
30 ก.ย. 52, 10.10
• เข้าระบบล่าสุด •
28 ส.ค. 57, 14.57

« ตอบ #4 เมื่อ: 12 พ.ย. 53, 08.41 »
Share


ปิดแอร์ คือ ตัดไฟจากเบรคเกอร์อยู่แล้วนิครับ

ที่ หน้า*แอร์ เค้าใช้ถอดออกมาล้าง

ที่ คอมเพรซเซอร์ ที่ใช้ ฉีดน้ำ หากสังเกตุดี ๆ ฉีดออกไปทางที่ไม่มี ระบบไฟครับ

ให้ดี เป่าให้แห้งเสียก่อน ค่อยเปิดลองครับ

( ส่วนตัว เปิดหน้า* คอมเพรซเซอร์ ใช้พลาสติค คลุม ระบบไฟ ก่อนทำการฉีดล้างครับ )
บันทึกการเข้า

065 จงมองไปข้างหน้า ทุกปัญหาย่อมมีหนทางแก้ไข 065

ออฟไลน์


หลวงเภาจอมลีลา
สมาชิกทั่วไป
เพศ: ชาย
ลำดับที่: 1653
กระทู้: 794
ให้ขอบคุณ: 158
รับขอบคุณ: 574
• สมัครสมาชิกเมื่อ •
15 ธ.ค. 52, 19.24
• เข้าระบบล่าสุด •
29 ส.ค. 57, 15.15

« ตอบ #5 เมื่อ: 12 พ.ย. 53, 09.19 »
Share






 
    เบื้องต้นหากไม่ใช่ช่าง ถ้าลมแอร์ไม่แรง แอร์ไม่เย็น(น้ำยาแอร์ไม่หมด) ก็ลองเช็คแผงกันฝุ่นก่อนครับ

    ให้แกะออกมาเป่าฝุ่นออกครับ อยู่หลังคอยล์เย็น วิธีง่ายๆ คนไม่ใช่ช่างก็ทำได้ครับ ..





อนุญาตให้สมาชิกขอบคุณกระทู้ของคุณ:

มารเหนือเทพ

สำหรับกระทู้นี้, 1 สมาชิก ได้ขอบคุณ!
บันทึกการเข้า

ชมรมคอมคลับไทย Comclubthai.com

ออฟไลน์


ping-pong
ผู้ดูแลระบบ
เพศ: ชาย
ลำดับที่: 776
กระทู้: 3272
ให้ขอบคุณ: 3067
รับขอบคุณ: 3683
• สมัครสมาชิกเมื่อ •
30 ต.ค. 52, 12.53
• เข้าระบบล่าสุด •
29 ส.ค. 57, 20.20

« ตอบ #6 เมื่อ: 12 พ.ย. 53, 09.31 »
Share


ปิดแอร์ คือ ตัดไฟจากเบรคเกอร์อยู่แล้วนิครับ // 555+ ผมรอบคอบเกินไปหน่อย ( คิดมาก 555+ ) คือมันไม่มีเบรคเกอร์อยู่ตรงนั้น เขากดปิดเครื่องแอร์เฉยๆ เลยคิดว่ากลัวเวลาฉีดน้ำเข้าไปไฟจะดูดหรือเปล่าอ่ะครับ
บันทึกการเข้า

-04 ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วพรุ่งนี้ก็จะดีเอง -04

ออฟไลน์


มารเหนือเทพ
ผู้ดูแลพิเศษ
เพศ: ชาย
ลำดับที่: 5
กระทู้: 5622
ให้ขอบคุณ: 2728
รับขอบคุณ: 2515
• สมัครสมาชิกเมื่อ •
30 ก.ย. 52, 10.10
• เข้าระบบล่าสุด •
28 ส.ค. 57, 14.57

« ตอบ #7 เมื่อ: 12 พ.ย. 53, 09.48 »
Share


หากฉีดไปถูกระบบไฟ ก็มีสิทธิ์ครับ

ที่ว่า ปิดเฉย ๆ ยังเห็นไฟ แสดงสถานะ ใช่ไหมครับ

แบบนั้น ช่างคนนี้ ถือว่า ละเลย สิ่งสำคัญในการทำงานนะครับ

ความปลอดภัย เป็นสิ่งที่ต้องคิดมาเป็นอันดับหนึ่งเลยนะครับ
บันทึกการเข้า

065 จงมองไปข้างหน้า ทุกปัญหาย่อมมีหนทางแก้ไข 065
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  



-:- Dofollow text link PR3 By : จีจีจีคอมพิวเตอร์ -:-
     บริษัท รับทําเว็บไซต์
     Servo motor Mitsubishi
     สมัครงาน
     Plc Mitsubishi
     ว่างอยู่ สนใจดูรายละเอียด --> ที่นี่
     บริการ seo
     Seo hosting
     ว่างอยู่ สนใจดูรายละเอียด --> ที่นี่
     แฟลชไดร์ฟ
     ทำศัลยกรรม
     รับทำ seo
     สักคิ้ว
     มอเตอร์ไซค์
     มอเตอร์ไซค์ มือสอง
     สินค้าพรีเมี่ยม
     ขาย plc Mitsubishi
     ว่างอยู่ สนใจดูรายละเอียด --> ที่นี่
     น้ำหอมฟีโรโมน
     ว่างอยู่ สนใจดูรายละเอียด --> ที่นี่
     ทำบุญ
 
กระโดดไป:  

* แบ่งปันหัวข้อนี้...
สำหรับเว็บบอร์ดทั่วไป
(BBCode)
สำหรับเว็บไซต์/บล๊อก
(HTML)