เข้าสู่ระบบ  |  สมัครสมาชิก
                           

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Heaven

  • สมาชิกทั่วไป
  • กระทู้: 801
  • เพศ: ชาย
  • ~..+..*Heaven*..+..~
    • ดูรายละเอียด



เพื่อนๆ มาช่วยกันบอกความหมาย คำศัพท์ทางคอมพิวเตอร์

ฮาร์ดแวร์ แต่ละตัว ทำหน้าที่อะไร  เพื่อเป็น วิทยาทาน กับคนที่ยังไม่รู้ครับ
 

ออฟไลน์ Heaven

  • สมาชิกทั่วไป
  • กระทู้: 801
  • เพศ: ชาย
  • ~..+..*Heaven*..+..~
    • ดูรายละเอียด

AUTOEXE.BAT
หมายถึง :
ชุดของคำสั่งหรือ batch file ชนิดหนึ่งที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะสำหรับควบคุมการทำงานโดยอัตโนมัติ
ซึ่ง MS - DOS operating system สร้างขึ้นเมื่อคอมพิวเตอร์เริ่มทำงาน หรือทำไปแล้วหยุดแล้วเริ่มทำอีก


backup
หมายถึง :
สำเนาของโปรแกรม แผ่นดิสก์ หรือข้อมูล ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อประกันว่าโปรแกรม แผ่นดิสก์ หรือข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกลบเลือนไปเมื่อโปรแกรม แผ่นดิสก์ หรือข้อมูลที่กำลังใช้อยู่นั้นถูกทำลายไป



BIOS
หมายถึง :
(อ่านว่า ไบโอส) เป็นคำย่อของ basic input/output system เป็นระบบการควบคุมการส่งผ่านข้อมูลระหว่างเครื่อง อุปกรณ์ต่างๆ ในระบบคอมพิวเตอร์ เช่น การส่งข้อมูลระหว่างหน่วยความจำ แผ่นดิสก์ และมอนิเตอร์ เป็นต้น


file server
หมายถึง :
เครื่องบริการแฟ้ม ข้อมูล เป็นคลังเก็บแฟ้มข้อมูลอย่างหนึ่งในเครือข่าย LAN เครื่องบริการแฟ้มข้อมูลจะทำให้ บรรดาผู้ใช้ข้อมูลทั้งหลายสามารถเข้าถึง (access) เครือข่ายได้ทุกคน เมื่อต้องการใช้บริการ

motherboard
หมายถึง :
แผงวงจรหลักของ คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของคอมพิวเตอร์ทั้งระบบ ในแผงวงจรนี้ประกอบไปด้วยโพรเซสเซอร์ หน่วยความจำหลัก วงจรเสริม และหน่วยควบคุมสายสื่อสาร (bus) และหัวต่อต่างๆ ; บอร์ดแม่


accessory
หมายถึง :
อุปกรณ์ประกอบเพิ่ม เติมสำหรับคอมพิวเตอร์ เช่น โมเด็ม เมาส์ เป็นต้น บางครั้งเรียกว่า อุปกรณ์ประกอบภายนอก (peripheral) อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยทำหน้าที่ต่างๆ ซึ่ง อุปกรณ์เดิมของคอมพิวเตอร์ไม่มีและไม่ได้ทำหน้าที่เหล่านี้


adapter
หมายถึง :
ใน pc หรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ตระกูล IBM และ IBM clone หมายถึง แผ่นวงจรสำเร็จชนิดหนึ่ง (มักเรียกว่า interface card) ซึ่งสามารถทำให้คอมพิวเตอร์ใช้อุปกรณ์ประกอบภายนอก (peripheral) ซึ่งไม่สามารถจะต่อเชื่อมโยงเข้ากับวงจรคอมพิวเตอร์ได้ adapter มักจะถูกนำมาใช้ในการ upgrade คอมพิวเตอร์ หรือ นำมาใช้เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถใช้ได้กับฮาร์ดแวร์อย่างใหม่ด้วย

data
หมายถึง :
ข้อมูล

database
หมายถึง :
ฐานข้อมูล แหล่งที่รวบรวมข้อมูลไว้เพื่อใช้สำหรับการค้นคว้า หรือนำมาใช้; แฟ้มข้อมูลอย่างหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยระเบียน (record) หรือตาราง (table) ระเบียนแต่ละระเบียน ต่างก็ประกอบไปด้วย field (หรือ column) ต่างๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 ต.ค. 10, 10.00 โดย Heaven »
 

ออฟไลน์ Heaven

  • สมาชิกทั่วไป
  • กระทู้: 801
  • เพศ: ชาย
  • ~..+..*Heaven*..+..~
    • ดูรายละเอียด

เพาเวอร์ซัพพลาย Power Supply


อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เรามักจะมองข้ามไปและเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญ
เพราะถ้าขาดเจ้าตัวนี้แล้วเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวเก่งของเราก็เปรียบเสมือนกล่องเหล็กธรรมดาๆ
ใช้การอะไรไม่ได้ อุปกรณ์ชิ้นนี้ก็คือ แหล่งจ่ายไฟ หรือที่เรามักจะเรียกกันว่า เพาเวอร์ซัพพลาย (Power Supply)นั่นเองเพาเวอร์ซัพพลายมีหน้าที่หลักก็คือ เปลี่ยนแรงดันกระแสสลับจากไฟบ้าน 220โวลท์เอซี
ี ให้เป็นแรงดันไฟตรงดีซีที่คอมพิวเตอร์ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือคอมพิวเตอร์พีซีนั้น ส่วนใหญ่จะบรรจุในเคสด้านหลัง
ถ้ามองไปที่หลังเคสจะเห็นก่องเหล็กสี่เหลี่ยมมีช่องเสียบสายไฟและพัดลมเพื่อระบายความร้อน



พาเวอร์ซัพพลายจะใช้เทคโนโลยีที่เราเรียกว่า สวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลาย
คือการเปลี่ยนแรงดันอินพุตกระแสสลับเอซี ให้เป็นแรงดันตํ่ากระแสตรง
แรงดันที่ออกแบบให้ออกมาจากเพาเวอร์ซัพพลายมีอยู่ทั่วไป 3ระดับคือ
3.3โวลท์ , 5โวลท์ และ 12โวลท์ โดยที่แรงดัน3.3โวลท์และแรงดัน5โวลท์
จะนำไปใช้ในวงจรดิจิตอล ส่วนแรงดัน12โวลท์ถูกนำไปใช้ในการหมุน
มอเตอร์ของดิสท์ไดรฟ์และพัดลมระบายความร้อน

เมื่อหลายปีก่อนบางท่านที่เคยใช้คอมพิวเตอร์ยุคแรกๆตั้งแต่รุ่น 8088
จนถึงรุ่น 486 คงจะจำได้ว่าสวิตช์เปิดปิดของคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าพวกนี้
จะแตกต่างจากสวิตช์ปิดเปิดคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน ด้วยเหตุว่า
คอมพิวเตอร์รุ่นแรกๆนั้น จะใช้เพาเวอร์ซัพพลายแบบ AT ซึ่งมีสวิตช
์เพื่อควบคุมการปิดเปิดเพาเวอร์ซัพพลายโดยตรง และใช้สวิตช์กด
ติดค้างคล้ายๆกับสวิตช์เปิดปิดไฟบ้าน ซึ่งต่างจากคอมพิวเตอร์
ในปัจจุบันจะใช้สวิตช์แบบกดติดปล่อยดับ สวิตช์นี้จะไม่ต่อเข้ากับ
เพาเวอร์ซัพพลายโดยตรงแต่จะต่อกับแผงวงจรเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์
โดยใช้การควบคุมการปิดเปิดจากโปรแกรมปฎิบัติงาน สั่งให้แผงเมนบอร์ด
ปิดเพาเวอร์ซํพพลาย เมื่อเรากดสวิตช์นี้ เมนบอร์ดจะส่งแรงดัน 5โวลท์ไป
ยังส่วนควบคุมในเพาเวอร์ํซัพพลายเพื่อเปิดปิดการทำงานของตัวมัน
แรงดันไฟตรงนี้เราเรียกว่าแรงดัน VSB เพาเวอร์ซัพพลายรุ่นใหม่นี้เราเรียกแบบว่า แบบ ATX



ถ้าพูดถึงเทคโนโลยีสวิตชิ่งในเพาเวอร์ซัพพลายจะเห็นได้ว่ามี
การพัฒนามาตั้งแต่ปี คศ.1980 ในตอนนั้นเพาเวอร์ซัพพลายมีขนาดใหญ่และนํ้าหนักมากที่เป็นเช่นนั้น
เพราะว่าในตัวเพาเวอร์ซํพพลายต้องใช้หม้อแปลงและตัวเก็บประจุ
ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาลดขนาดและนํ้าหนักของเพาเวอร์ซัพพลายลงได้มาก เทคโนโลยีสวิตชิ่งไม่ใช่แค่นำไปใช้แต่คอมพิวเตอร์เท่านั้น
แต่ยังได้นำไปใช้ในการสร้างไฟกระแสสลับจากไฟตรง12โวลท์ของ
แบตเตอรี่รถยนต์เพื่อไปจ่ายให้เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่นทีวี วิดีโอ
ดังจะเห็นได้จากรถตู้หรือรถทัวร์เค้าใช้กัน วงจรพวกนี้เราเรียกว่า อินเวอร์เตอร์

เพาเวอร์ซํพพลายที่มีขายตามท้องตลาดนั้นมีหลายราคา หลายกำลังวัตต์ให้เลือก
ตั้งแต่200วัตต์ จนถึง 400วัตต์ขึ้นอยู่กับว่าคอมพิวเตอร์เราใช้ทรัพยากร
หรือว่ามีอุปกรณ์ต่อมากน้อยเพียงใด อุปกรณ์ในคอมพิวเตอร์ กำลังวัตต์ที่อุปกรณ์ใช้

หน่วยประมวลผล CPU 15 - 45 วัตต์
Mainboard 20 - 30 วัตต์
Hard disk 5 - 15 วัตต์
CD-ROM drive 10 - 25 วัตต์
หน่วยความจำ RAM 5 - 11 วัตต์
Floppy disk drive 5 วัตต์
การ์แสดงผล AGP 20 - 30 วัตต์
การ์ด PCI เช่นการ์ดเสียง 5 วัตต์
การ์ด SCSI 20 - 25 วัตต์
การ์ด LAN 4 วัตต์

พัดลมระบายความร้อน 2 - 4 วัตต์ จะเห็นได้ว่ากำลังไฟทั้งหมดถ้ารวมๆกันแล้วก็ไม่เกิน 250วัตต์ จึงพอเพียงสำหรับ
เพาเวอร์ซํพพลายที่มีขายในปัจจุบันปัญหาที่เราพบบ่อยๆกับเจ้าตัวเพาเวอร์ซํพพลายก็คือความร้อนที่เกิดจากตัวมันเอง
โดยทั่วไปเพาเวอร์ซัพพลายจะมีพัดลมช่วยระบายความร้อน แต่ถ้าพัดลมนั้นเกิดเสื่อมสภาพ
หมุนช้าลงหรือหยุดหมุนไป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในเพาเวอร์ซัพพลายก็
จะร้อนขึ้นจนอาจจะไหม้ได้ หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์ก็จะหยุดทำงานพร้อม
กับมีกลิ่นไหม้ตามมา ฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ก็ควรสำรวจพัดลมหรือฟังเสียง
พัดลมของเพาเวอร์ซัพพลาย ถ้าพัดลมหมุนช้าหรือหยุดหมุนไปก็ให้ปิด
เครื่องทันที ถ้ามีฝีมือหน่อยก็ถอดฝาออกมาแล้วก็ซื้อพัดลมขนาดเดียวกัน
มาเปลี่ยนแทน หรือถ้าไม่อยากยุ่งยากก็ซื้อใหม่ทั้งชุดเลย ปัจจุบันราคาของ
เพาเวอร์ซัพพลายไม่แพงมากนัก อยู่ระหว่างประมาณ 350 ถึง 500บาท
ขึ้นอยู่กับกำลังวัตต์ที่ใช้และรูปแบบของเพาเวอร์ซัพพลาย เวลาเปลี่ยนก็ควร
ปลดสายไฟออกทั้งหมดก่อนเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะตามมา


ด้วยเหตุนี้ผู้ผลิตเมนบอร์ดจึงได้สร้างเมนบอร์ที่สามารถอ่านค่าความเร็วของ
พัดลมทุกตัวในคอมพิวเตอร์ รวมทั้งพัดลมของเพาเวอร์ซํพพลายด้วย
โดยเมื่อพัดลมหมุนช้าลง หน่วยควบคุมในเมนบอร์ดก็จะส่งสัญญาณผ่าน
โปรแกรมมอนิเตอร์เตือนผู้ใช้ที่หน้าจอ ก่อนที่จะดับเครื่องตัวเอง
เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะตามมา
 

ออฟไลน์ Heaven

  • สมาชิกทั่วไป
  • กระทู้: 801
  • เพศ: ชาย
  • ~..+..*Heaven*..+..~
    • ดูรายละเอียด
RAM คืออะไร

RAM เป็นอุปกรณ์หนึ่งที่มีความสำคัญต่อการทำงานของคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่ในการเก็บข้อมูลและชุดคำสั่งเพื่อให้กับหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ใช้ในการประมวลผล ทำให้การทำงานหรือประมวลผลข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

RAM ย่อมาจากคำว่า Random-Access Memory เป็นหน่วยความจำสำรองของระบบคอมพิวเตอร์ มีหน้าที่รับข้อมูลเพื่อส่งไปให้ CPU ประมวลผล ซึ่งหน่วยความจำชนิดนี้จะอนุญาตให้เขียนและอ่านข้อมูลได้ในตำแหน่งต่างๆ อย่างอิสระ และรวดเร็วพอสมควร ซึ่งต่างจากสื่อเก็บข้อมูลชนิดอื่นๆ อย่างเช่น เทป หรือดิสก์ ที่มีข้อจำกัดในการอ่านและเขียนข้อมูลที่ต้องทำตามลำดับก่อนหลังตามที่จัด เก็บไว้ในสื่อ หรือมีข้อกำจัดแบบ ROM ที่อนุญาตให้อ่านเพียงอย่างเดียว

ข้อมูล ใน RAM อาจเป็นโปรแกรมที่กำลังทำงานหรือข้อมูลที่ใช้ในการประมวลผลของโปรแกรมที่ กำลังทำงานอยู่ก็ได้ ซึ่งข้อมูลใน RAM จะหายไปทันทีเมื่อระบบคอมพิวเตอร์ถูกปิดลง เนื่องจากหน่วยความจำชนิดนี้จะเก็บข้อมูลได้เฉพาะเวลาที่มีกระแสไฟฟ้าหล่อ เลี้ยงเท่านั้น

การเข้าถึงข้อมูลของ RAM นั้น จะเป็นการเข้าถึงแบบสุ่ม (Random Access) หมายถึง โปรเซสเซอร์สามารถเข้าถึงทุกๆส่วนของหน่วยความจำหรือพื้นที่เก็บข้อมูลได้ โดยตรง ไม่จำเป็นต้องค้นหาข้อมูลที่ต้องการเรียงตามลำดับจากจุดเริ่มต้น

หลักการทำงานของ RAM

 RAM ทำหน้าที่เก็บชุดคำสั่งและข้อมูลที่ระบบคอมพิวเตอร์กำลังทำงานอยู่ไม่ว่าจะ เป็นการนำเข้าข้อมูล ( Input ) หรือ การนำออกข้อมูล ( Output ) โดยเนื้อที่ของ RAM ได้ถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ

1. Input Storage Area เป็นส่วนที่เก็บข้อมูลนำเข้าที่ได้รับมาจากหน่วยรับข้อมูลเข้า เช่น ข้อมูลที่ได้มาจากคีย์บอร์ด เป็นต้น โดยข้อมูลนี้จะถูกนำไปใช้ในการประมวลผลต่อไป

2. Working Storage Area เป็นส่วนที่เก็บข้อมูลที่อยู่ในระหว่างการประมวลผล

3. Output Storage Area เป็นส่วนที่เก็บผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล ตามความต้องการของผู้ใช้ เพื่อรอที่จะถูกส่งไปแสดงออกยังหน่วยแสดงผลอื่นที่ผู้ใช้ต้องการ เช่นจอภาพ เป็นต้น

4. Program Storage Area เป็นส่วนที่ใช้เก็บชุดคำสั่ง หรือโปรแกรมที่ผู้ใช้ต้องการจะส่งเข้ามา เพื่อใช้คอมพิวเตอร์ปฏิบัติตามคำสั่งชุดดังกล่าว หน่วยควบคุมจะทำหน้าที่ดึงคำสั่งจากส่วนนี้ทีละคำสั่งเพื่อทำการแปลความหมาย ว่าคำสั่งนั้นสั่งให้ทำอะไร จากนั้นหน่วยควบคุม จะไปควบคุมฮาร์ดแวร์ที่ต้องการทำงานดังกล่าวให้ทำงานตามคำสั่งนั้นๆ หน่วยความจำจะจัดอยู่ในลักษณะแถวแนวตั้ง ( CAS : Column Address Strobe ) และแถวแนวนอน ( RAS : Row Address Strobe ) เป็นโครงสร้างแบบเมทริกซ์ ( Matrix ) โดยจะมีวงจรควบคุมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวงจรในชิปเซต ( Chipset ) ควบคุมอยู่ โดยวงจรเหล่านี้จะส่งสัญญาณกำหนดแถวแนวตั้ง และสัญญาณแถวแนวนอนไปยังหน่วยความจำเพื่อกำหนดตำแหน่งของข้อมูลในหน่วยความ จำที่จะใช้งาน

ประเภทของแรม (RAM)


โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ Static RAM (SRAM) โดยมีรายระเอียดดังนี้


    * Static RAM (SRAM) นิยมนำไปใช้เป็นหน่วยแครช (Cache) ภายในตัวซีพียู เพราะมีีความเร็วในการทำงานสูงกว่า DRAM มาก แต่ไม่สามารถทำให้มีขนาดความจุสูงๆได้ เนื่องจากกินกระแสไฟมากจนทำให้เกิดความร้อนสูง
    * Dynamic RAM(DRAM) นิยม นำไปใช้ทำเป็นหน่วยความจำหลักของระบบในรูปแบบของชิปไอซี (Integrated Circuit) บนแผงโมดุลของหน่วยความจำ RAM หลากหลายชนิด เช่น SDRAM,DDR SDRAM,DDR-II และ RDRAM เป็นต้น โดยออกแบบให้มีขนาดความจุสูงๆได้ กินไฟน้อย และไม่เกิดความร้อนสูง

ชนิดของแรมหรือแรม DRAM (ในปัจจุบัน)
DRAM ที่นำมาใช้ทำเป็ฯแผงหน่อยความจำหลักของระบบชนิดต่างๆในปัจจุบันดังนี้


SDRAM (Synchronous DRAM)

ตัวชืปจะใช้บรรจุภัณฑ์ (Package) แบบ TSOP (Thin Smail Outine Package) ติดตั้งอยู่บน แผงโมดูล แบบ DIMM (Dual Inline Memory Module) ที่มีร่องบากบริเวณแนวขาสัญญาน 2 ร่อง และมีจำนวนขาทั้งสิ้น 168 ขา ใช้แรงดันไฟ 3.3 โวลด์ ความเร็วบัสมีให้เลือกใช้ทั้งรุ่น PC-66 (66 MHz), PC-100 (100 MHz), PC-133 (133 MHz) และ PC-150 (150MHz) ปัจจุบันหมดความเป็นที่นิยมไปแล้ว จะพบได้ก็แต่เพียงในคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าๆทั้งนั้น

DDR SDRAM (Double Date Rate SDRAM)


ตัวชิปจะใช้บรรจุภัณฑ์แบบ TSOP เช่นเดียวกับ SDRAM และมีขนาด ความยาวของแผงโมดูลเท่ากัน คือ 5.25 นิ้ว ติดตั้งอยู่บนแผงโมดูลแบบ DIMM ที่มีร่องบากบริเวณแนวขาสัญญาณ 1 ร่อง และมีจำนวนขาทั้งสิ้น 184 ขาใช้แรงดันไฟ 2.5 โวลด์ รองรับความจุสูงสุดได้ 1 GB/แผง ความเร็วบัสในปัจจุบันมีใหเเลือกใช้ตั่งแต่ 133 MHz (DDR-266) ไปจนถึง 350 MHz (DDR-700) สำหรับ DRAM ชนิดนี้ปัจจุบันกำลังจะตกรุ่น
การจำแนกรุ่นของ DDR SDRAM นอกจากจะจำแนกออกตามความเร็วบัสที่ใช้งาน เช่น DDR-400 (400 MHz effective) ซึ่งคิดจาก 200 MHz (ความถี่สัญญาณนาฬิกา๗ x 2 (จำนวนครั้งที่ใช้รับส่งข้อมูลในแต่ละรอบของสัญญาณนาฬิกา) แล้ว ยังถูกจำแนกออกตามค่าอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูล (Bandwidth) ที่มีหน่วยความจำเป็นเมกะไบต์ต่อวินาที (MB/s) ด้วยเช่น PC3200 ซึ่งคิดจาก 8 (ความกว้างของบัสขนาด 8 ไบต์ หรือ 64 บิต) x 200 MHz (ความถี่สัญญาณนาฬิกา) x 2 (จำนวนครั่งที่ใช้รับส่งข้อมูลในแต่ละรอบสัญญาณนาฬิกา)เท่ากับอัตตราความ เร็วในการรับส่งข้อมูลที่ 3,200 MB/s โดยประมาณนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีรุ่นอื่นๆอีก เช่น PC2100 (DDR-266), PC2700(DDR-33), PC3600 (DDR-450), PC4000(DDR-500),PC4200(DDR-533), และ PC5600 (DDR-700) เป็นต้น

DDR-II SDRAM



ตัวชิปจะใช้บรรจุภัณฑ์แบบ FBGA (Fine-Pitch Ball Gril Array) ที่มีความต้านทานไฟฟ้าต่ำก่าแบบ TSOP อีกทั่งยังสามารถออกแบบให้ตัวชิปมีขนาดเล็กแ
ะบางลงได้ ชิปดังกล่าวถูกติดตั้งอยู่บนแผงโมดูลแบบ DIMM ที่มีร่องบากบริเวณแนวขาสัญญาณ 1 ร่อง และมีจำนวนขาทั่งสิ้น 240 ขา ใช้แรงดันไฟเพียง1.8โวลต์ รองรับความจุได้สูงสุดถึง 4 GB ความเร็วบัสในบัจจุบันมีให้เลือกใช้ตั่งแต่ 200 MHz (DDR2-400) ไปจนถึง 450 MHz (DDR2-900) สำหรับ DRAM ชนิดนี้ปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนคาดว่าในอีกไม่ช่าจะเข้ามาแทนที่มาตรฐานเดิมคือ DDR SDRAM ในที่สุด
นอกจากรุ่นของ DDR-II นอกจากจำแนกออกตามความเร็วของบัสที่ใช้งาน เช่น DDR2-667 (667 MHz effective) ซึ่งคิดจาก 333 MHz (ความถี่สัญญาณนาฬิกา) x 2 จำนวนครั่งที่ใช้รับส่งข้อมูลในแต่ละรอบของสัญญาณนาฬิกา) แล้ว ยังถูกจำแนกออกตามค่าแบนด์วิดธ์ (Bandwidth) ด้วย เช่น PC2-5400 ซึ่งคิดจาก 8 (ความกว้างของบัสขนาด 8 ไบต์) x 333 MHz ( ความถี่สัญญาณนาฬิกา) x 2 (จำนวนครั่งที่ใช้รับส่งข้อมูลในแต่ระรอบของสัญญาณนาฬิกา๗ เท่าอัตตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่ 5,400 MB/s โดยประมั่นเอง นอกจากนี้ยังมีรุ่นอื่นๆอีกเช่น PC2-4300 (DDR-533),PC2-6400(DDR2-800) และ PC2-7200 (DDR2-900) เป็นต้น

RDAM (RAMBUS DRAN)


ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยบริษัท Rambus lnc โดยนำมาใช้งานครั้งแรกร่วมกับชิปเซ็ต i850 และซีพียู Pemtium 4 ของ Intel ในยุคเริ่มต้น ปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควร โดยชิปเซ็ตและเมนบอร์ดของ Intel เพียงบางรุ่นเท่านั้นที่สนับสนุน ตัวชิปจะใช้บรรจุภัณฑ์แบบ CSP (Chip-Scale Package) ติดตั้งอยู่บนแผงโมดูลแบบ RIMM (Rambus Inline Memory Module) ที่มีร่องบากบริเวณแนวขาสัญญาณ 2 ร่อง ใช้แรงดันไฟ 2.5 โวลต์ และรองรับความจุสูงสุดได้มากถึง 2 GB ปัจจุบัน RDRAM ที่มีวางขายในท้องตลาด สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

    * RDRAM (16บิต) เป็น RDRAM แบบ Single Channel ที่มีความกว้างบัส 1 แชนแนลขนาด 16 บิต (2ไบต์) มีจำนวลขาทั้งสิ้น 184 ขา การจำแนกรุ่นโดย มากจำแนกออกตามความเร็วบัสที่ใช้งาน เช่น PC-800 (800 MHz),PC-1066(1,066 MHZ) และ PC-1200 (1,200 MHz) เป็นต้น
    * RDRAM(32บิต) เป็น RDRAM แบบ Dual Channel ที่มีความกว้างบัส 2 แชแนลขนาด 32 บิต (4ไบต์) มีจำนวนขาทั้งสิ้น 242 ขา การจำแนกรุ่นโดยมากจะจำแนกออกตามค่าแบนด์วิดธ์ (Bandwidth) ที่ได้รับ เช่น RIMM 3200(PC-800),RIMM 4200(PC-1066),RIMM 4800(PC-1200) และ RIMM 6400 (PC-1600) เป็นต้น

นอก จากนี้ในอนาคตยังอาจพัฒนาให้มีความกว้างบัสเพิ่มมากขึ้นถึง 4 แชนแนลขนาด 64 บิต(8 ไบต์) ที่ทำงานด้วยความเร็วบัสสูงถึง 1,333 และ 1,600 MHz effective ออกมาด้วย โดยจะให้แบนด์วิดธ์มากถึง 10.6 และ 12.8 GB/s ตามลำดับ

 

ออฟไลน์ `ปาด๊ะ [V]

ขอบคุณครับ ส่วนมากรู้แค่ชื่อ แต่ไม่รู้ ว่ามันเรียกยังไง 5 5
 

ออฟไลน์ Heaven

  • สมาชิกทั่วไป
  • กระทู้: 801
  • เพศ: ชาย
  • ~..+..*Heaven*..+..~
    • ดูรายละเอียด

อุปกรณ์ชิปเซ็ต คืออะไร .

Chipset (ชิปเซ็ท)Chipset เรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักของเมนบอร์ดทุกรุ่นเลยก็ว่าได้ประสิทธิภาพของเมน บอร์ดมีชิปเซ็ทเป็นตัวบ่งชี้ ยิ่งชิปเซ็ทมีประสิทธิภาพสูงการคอนโทรลอุปกรณ์ต่อพ่วงทุกชิ้นยิ่งมี ประสิทธิภาพสูงตามไปด้วย
Chipsetมีหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ทุกอย่างที่ต่อ พ่วงเข้ามากับตัวเมนบอร์ดจะมีChipset 2ตัวคือ Chipset NorthBridgeและChipset SouthBridgeChipset NorthBridge จะทำหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ที่มีความเร็วสูงจำพวก CPU RAM และ GraphicardChipset SouthBridge จะควบคุมอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ ที่มีความเร็วต่ำเช่น Harddisk Printer DVD-Writer เป็นต้นนอกจากนี้ยังรวมไปถึงการควบคุมระบบชั้นสูงเช่น Multi GPU , RAID , Over Clock เป็นต้น
Chipset มีการพัฒนาออกมาเรื่อยๆประสิทธิภาพการทำงานก็ดีขึ้นตามแต่ละชิปเซ็ทดังนั้น การเลือกซื้อChipsetให้เหมาะกับการใช้งานต้องอาศัยประสบการณ์และการค้นคว้า หาข้อมูลของChipsetแต่ละตัวว่ามีความสามรถจัดการ อุปกรณต่างๆได้ดีเพียงไรปัจจุบันในปลายปี2008-ต้นปี2009 Chipset Intelที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูงคือ Chipset P45
ยกตัวอย่างเช่น Chipset A มีระบบ Dual Chanelแต่ Chipset B ไม่รองรับระบบ Dual Chanel
เมน บอร์ด Chipset A เมื่อเปิดใช้งานระบบ Dual Chanelของ RAM จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของ RAM ดีกว่าเพราะว่าRAMวิ่งรับส่งข้อมูลแบบ 2ทาง

การทำงานของชิปเซตแยกออกเป็นสองส่วน
1. North Bridge  ใช้สำหรับควบคุมอุปกรณ์ที่ทำงานด้วยความเร็วสูง เช่น ซีพียู, แคช(Cache), แรม (RAM) และการ์ดแสดงผลที่ทำงานบนระบบบัส AGP  กล่าวคือ
   - ควบคุมฐานเวลา : Chip Set จะคอยควบคุมสัญญาณนาฬิกาที่ถูกส่งไปให้อุปกรณ์รอบข้างรวมทั้ง CPU เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง โดยอาศัย X-tal ในการสร้างสัญญาณนาฬิกาขึ้นมา จากนั้น Chip Set จะทำการปรับแต่งเพื่อให้เหมาะสมก่อนส่งไปจ่ายกับอุปกรณ์รอบข้าง และ CPU
   -ควบคุมการอินเทอร์รัพท์ : Chip Set จะคอยตรวจสอบความสำคัญ ถ้าอุปกรณ์รอบข้างใดที่มีความสำคัญมาก ก็จะส่งสัญญาณไปให้ CPU เพื่อทำการประมวลผลก่อน แต่ถ้าอุปกรณ์รอบข้างใดๆ ที่มีความสำคัญน้อยกว่า ก็จะถูกส่งสัญญาณไปทีหลัง ซึ่งทำให้ CPU ลดการทำงาน เพราะไม่ต้องตรวจสอบอุปกรณ์ทุกๆ อุปกรณ์
   -.ควบคุมหน่วยความจำ : เมื่อมีการประมวลผลข้อมูล CPU จะทำการเรียกใช้หน่วยความจำ ดังนั้น Chip Set จะทำหน้าที่คอยควบคุมการเรียกใช้หน่วยความจำ โดยจะจัดสรรหน่วยความจำให้กับอุปกรณ์รอบข้างต่างๆ และ ควบคุมการอ้างอิงตำแหน่งของหน่วยความจำคะ
    -ควบคุม DMA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับคอมพิวเตอร์ : Chip Set จะทำหน้าที่ขอสิทธิ์ในการส่งผ่านข้อมูล ระหว่างหน่วยความจำ และ อุปกรณ์รอบข้าง โดยไม่ต้องผ่านการควบคุมของ CPU ซึ่ง Chip Set จะทำหน้าที่ในการ รีเฟรชหน่วยความจำแรมในระบบ และควบคุมการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างหน่วยความจำหลัก และ Secondary Storage โดย Chip Set จะตรวจสอบความสำคัญของอุปกรณ์รอบข้างที่ร้องขอ DMA และ จะส่งสัญญาณไปที่ CPU เพื่อขอใช้ Bus จากนั้น CPU จะส่งสัญญาณตอบกลับ ซึ่งถ้าสามารถทำ DMA ได้ อุปกรณ์รอบข้างก็จะทำการใช้ Bus โดยปราศจากการทำงานของ CPU เมื่อมีการถ่ายโอนข้อมูลเสร็จสิ้นแล้ว อุปกรณ์รอบข้างจะส่งสัญญาณไปที่ CPU เพื่อคืน Bus ให้กับระบบ

2. South Bridge ทำหน้าที่ในการควบคุมอุปกรณ์ความเร็วต่ำ เช่น ไดรฟ์ฟล็อปปี้ดิสก์ ไดรฟ์ซีดีรอม ฮาร์ดดิสก์ คีย์บอร์ด เมาส์ สล็อตชนิดต่างๆ และพอร์ตที่ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหลายคะ  กล่าวคือ  การที่ CPU จะประมวลผลข้อมูล หรือ รับ-ส่งข้อมูลจากอุปกรณ์รอบข้าง จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ Port Communication เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งจะมีหมายเลข Port (Address Port ) โดยในการติดต่อสื่อสารเป็นค่าคงที่ โดย CPU จะดึงข้อมูลจากอุปกรณ์รอบข้างจากตำแหน่ง Port (Address Port) ในหน่วยความจำ เพื่อทำการประมวลผล   Chip Set จึงคอยควบคุมการอ้างอิงถึงตำแหน่ง Port ในหน่วยความจำ และ ในทางฮาร์ดแวร์เพื่อให้สัมพันธ์กัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 ต.ค. 10, 12.54 โดย Heaven »
 

ออฟไลน์ Heaven

  • สมาชิกทั่วไป
  • กระทู้: 801
  • เพศ: ชาย
  • ~..+..*Heaven*..+..~
    • ดูรายละเอียด
พัดลมในคอมพ์ฯ

ชนิดของพัดลม
พัดลมที่ใช้กันในเครื่องคอมพิวเตอร์ หลักๆ แล้วมีใช้อยู่ 3 แบบ คือ

   1.

      Sleeve Bearing
   2.

      2-Ball Bearing
   3.

      1-Ball Bearing + 1-Sleeve Bearing

จริงๆ แล้วยังมีแบริ่งอีกหลายแบบ แต่ละแบบก็มีคุณสมบัติต่างกันไป รับภาระแบบต่างๆ ได้มากน้อยต่างกัน

โดย สรุป ถ้าใช้กับคอมพ์นั้น พัดลมแบบ 2-Ball Bearing ดีที่สุด โดยเฉพาะเมื่อใช้กับจุดที่สำคัญๆ อย่างเช่นพัดลม CPU หรือพัดลม Power Supply ทั้งนี้เนื่องจากพัดลมแบบนี้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ทนความร้อนได้สูง และที่สำคัญที่สุดคือจะไม่เสียแบบอยู่ดีๆ ก็หยุดไปดื้อๆ เลย แต่จะเสื่อมคือความเร็วรอบค่อยๆ ลดลง พอมีเวลาให้สังเกตุความผิดปกติได้


แบบแรก คือ Sleeve Bearing


แบริ่งแบบนี้เป็นแบบที่ซับซ้อนน้อยที่สุด คือใช้ปลอกโลหะ (หรือเซรามิค) คั่นระหว่างแกนหมุนกับตัวเรือน โดยจะมีน้ำมันหล่อลื่นหล่อเลี้ยงปลอกโลหะนี้อยู่เสมอ

พัดลมคอมพ์ที่ใช้แบริ่งแบบนี้มีข้อดีคือผลิตง่าย ราคาถูก แล้วก็ทำงานเงียบ

ส่วน ข้อเสียมีมากกว่าคือ อายุการใช้งานสั้น เนื่องจากตัวปลอกโลหะจะค่อยๆ สึกหรอจากการเสียดสี และที่สำคัญที่สุดคือถ้าน้ำมันหล่อลื่นเสื่อมสภาพ หรือว่ารั่วซึมออกมาถึงระดับหนึ่ง พัดลมจะหยุดหมุนไปเลย เนื่องจากแรงเสียดทานจะเปลี่ยนจากแรงเสียดทานของไหล (ระหว่างน้ำมันหล่อลื่นกับแกนหมุน) ซึ่งน้อย ไปเป็นแรงเสียดทานแบบเลื่อน ซึ่งมีค่ามากกว่ามาก นอกจากนั้นพัดลมแบบนี้ก็ทนความร้อนได้ไม่สูงนัก

ถ้า พัดลมแบบ Sleeve Bearing หยุดหมุน (แต่ยังไม่ไหม้) ให้สันนิษฐานได้ว่าน้ำมันหล่อลื่นรั่วซึ่ม ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้พัดลมตัวนี้ต่อไปอีก ให้ลองหยอดน้ำมันหล่อลื่นที่ตัวแบริ่งดู โดยลอกสติกเกอร์ที่ด้านหลังของพัดลม (ด้านที่ไม่ใช่ใบพัด) จะเห็นแกนหมุน ให้หยอดน้ำมันไปที่แกนนี้แล้วหมุนใบพัดซักพัก เมื่อพัดลมหมุนได้คล่องแล้ว ก็ให้น้ำสติกเกอร์มาปิดคืนให้แน่นเหมือนเดิม (ตรงนี้สำคัญ เพราะถ้าไม่ติดสติกเกอร์ น้ำมันจะซึมออกมาหมดเร็วขึ้น) พัดลมจะใช้งานต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง จนกวา่น้ำมันหล่อลื่นจะหมดอีกครั้ง (แต่ทางทีดีคือควรเปลี่ยนพัดลมตัวใหม่)


แบบต่อมาคือ 2-Ball Bearing


พัดลมแบบนี้จะใช้ตลับลูกปืนขนาดเล็ก 2 ตลับ เป็นตัวคั่นระหว่างแกนหมุนกับตัวเรือน

พัดลม แบบนี้มีอายุการใช้งานค่อนข้างนาน เพราะมีการสึกหรอน้อย เนื่องจากผิวสัมผัสน้อยมาก แรงเสียดทานที่เกิดก็น้อยมาก เพราะเป็นแรงเสียดทานแบบกลิ้ง นอกจากนั้นในกรณีที่สารหล่อลื่นเสื่อมหรือรั่ว พัดลมก็จะยังหมุนอยู่ได้ เพียงแต่จะหมุนช้าลง และสึกหรอมากขึ้นเท่านั้น มีโอกาสให้สังเกตเห็นความผิดปกติ และเปลี่ยนพัดลมได้ทัน นอกจากนี้พัดลมแบบนี้ยังทดความร้อนสูง เหมาะสำหรับใช้เป็นพัดลม CPU มาก

ข้อเสียของพัดลมแบบนี้คือราคาแพง และถ้าออกแบบไม่ดีเสียงจะดังกว่าพัดลมแบบอื่น

แบบสุดท้ายเป็นลูกผสม 1-Ball 1-Sleeve


แบบนี้ใช้ตลับลูกปื่น 1 ตลับ และใช้ sleeve bearing มาแทนที่ตลับลูกปืนอีกชุด เพื่อช่วยให้ราคาถูกลง คุณสมบัติก็จะอยู่ระหว่างสองแบบข้างบน
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม และรูปส่วนประกอบพัดลม ดูได้ที่ Digit-Life และ Cooler Master
ขนาดของพัดลม

อัน นี้ตรงไปตรงมา คือพัดลมยิ่งใหญ่ ปริมาณลมก็จะยิ่งมาก สำหรับปริมาณลมค่าหนึ่ง พัดลมตัวใหญ่กว่าจะต้องการรอบน้อยกว่าพัดลมตัวเล็ก ทำให้เสียงดังน้อยกว่าด้วย พัดลม CPU รุ่นใหม่ๆ จึงมักเป็นพัดลมขนาดใหญ่ ที่ความเร็วรอบต่ำ

ที่น่าสังเกตุคือขนาดพัดลมต่างกันแค่นิดเดียว ปริมาณลมอาจจะต่างกันมาก เช่นพัดลม 50mm กับพัดลม 60mm ถ้าทำงานที่รอบเท่ากัน พัดลม 60mm อาจจะให้ปริมาณลมได้มากกว่าพัดลม 50mm ถึง 50% ทีเดียว
 

ออฟไลน์ ~คุงฐา~

  • ผู้ดูแลเว็บบอร์ด
  • กระทู้: 564
  • เพศ: หญิง
  • น้ำใจ กับ มิตรภาพ
    • ดูรายละเอียด
อิ อิ ขอแจมสำหรับ ยูสเซอร์ ละกัน เอาง่าย ๆ นะคะ ส่วนเจาะลึกให้ดูที่คุณตั้มโพสไว้ให้อ่านนะคะ

คำศัพท์ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

    * การ์ดจอ
          o อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการจัดการให้เกิดการแสดงผลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์

    * คีย์บอร์ดหรือแป้นพิมพ์ (Keyboard)
          o อุปกรณ์ในการสั่งงานคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่ง ในรูปแบบของการพิมพ์

    * ดีวีดีไดรซ์ (DVD-Drive)
          o อุปกรณ์สำหรับอ่าน/เขียนแผ่น CD รองรับการเขียนแผ่น DVD และอ่านแผ่น DVD ได้

    * คอมพิวเตอร์เคส (Computer Case)
          o ตัวเครื่องที่หุ้มห่อชิ้นส่วนของคอมพิวเตอร์

    * เครื่องพิมพ์ (Printer)
          o อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับพิมพ์งานจากคอมพิวเตอร์ออกมาทางกระดาษ เครื่องพิมพ์มีหลายชนิดได้แก่ เลเซอร์, หัวเข็ม, แบบพ่นหมึก เป็นต้น

    * ซอร์ฟแวร์ (Software)
          o โปรแกรมในการใช้งาน เพื่ออย่างใดอย่างหนึ่ง
   
    * ซีอาร์ที มอนิเตอร์ (CRT Monitor)
          o จอภาพประเภทหนึ่ง ที่มีลักษณ์เหมือนจอโทรทัศน์รุ่นเก่า

    * ซีพียู (CPU)
          o หน่วยความผล หรือสมองของคอมพิวเตอร์

    * พอร์ต (Port)
          o ช่องทางสื่อสารของคอมพิวเตอร์ พอร์ตมีหลายอย่างเช่น Serial Port, Parallel Port, USB Port เป็นต้น

    * พาวเวอร์ซัฟฟลาย (Power Supply)
          o อุปกรณ์ในการควบคุมและจ่ายกระแสไฟภายในคอมพิวเตอร์

    * แฟลชไดรฟ์ (Flash Drive)
          o อุปกรณ์ในการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบแฟลช แบบเคลื่อนย้ายได้ มีขนาดเล็ก พกพาได้สะดวก เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านทางพอร์ต USB

    * เม้าส์ (Mouse)
          o อุปกรณ์ในการสั่งงานคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่ง ในรูปแบบของการคลิก

    * เมนด์บอร์ด/มาสเตอร์บอร์ด (Mainboard / Masterboard)
          o อุปกรณ์ภายในคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ทุกชิ้นของคอมพิวเตอร์

    * ยูพีเอส (UPS)
          o อุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันไฟฟ้าดับ มีแบตเตอรี่ในตัว ในเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ

    * ยูเอสบี (USB)
          o ช่องทางการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ กับคอมพิวเตอร์ที่นิยมใช้งานมากที่สุด

    * สแกนเนอร์ (Scanner)
          o อุปกรณ์ในการสแกนภาพจากสิ่งต่างๆ เข้าไปเก็บในคอมพิวเตอร์ในรูปแบบของไฟล์ (คล้ายการถ่ายภาพ)

    * เว็บแคม (Web Cam)
          o เป็นอุปกรณ์ในการสื่อสารในรูปแบบวีดีโอ สามารถสื่อสารผ่านทางอินเตอร์เน็ตแบบเห็นภาพเคลื่อนไหวได้

    * หน่วยความจำ (RAM)
          o หน่วยความจำที่ใช้สำหรับการประมวลผลข้อมูล

    * แอลซีดี มอนิเตอร์ (LCD Monitor)
          o จอภาพประเภท แอลซีดี มีขนาดบาง ประหยัดพลังงาน

    * ฮาร์ดดิกส์ (Harddisk)
          o อุปกรณ์ในการเก็บข้อมูลที่สำคัญที่สุดของคอมพิวเตอร์

    * ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
          o อุปกรณ์หรือชิ้นส่วนทั้งหมดของคอมพิวเตอร์ที่สามารถจับต้องได้ รวมทั้งภายนอกและภายในตัวเครื่องด้วย

 
 

ออฟไลน์ Heaven

  • สมาชิกทั่วไป
  • กระทู้: 801
  • เพศ: ชาย
  • ~..+..*Heaven*..+..~
    • ดูรายละเอียด

อาร์ตดิสทําหน้าที่อะไร

ฮาร์ดดิสก์ ทำหน้าที่เป็นคลังเก็บข้อมูลของระบบปฏิบัติการ โปรแกรม และข้อมูลต่างๆ ในเครื่องคอมพิวเตอร์  สามารถเก็บข้อมูลได้มากและเก็บได้อย่างถาวรโดยไม่จำเป็นต้องมีไฟฟ้ามาหล่อ เลี้ยง  นอกจากนี้พื้นที่ของฮาร์ดดิสก์บางส่วนของฮาร์ดดิสก์ยังถูกจำลองให้เป็นแรม เสมือนหรือ Virtual Memory อีกด้วยนะครับ ซึ่งช่วยให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้เร็วขึ้น

 

ออฟไลน์ Heaven

  • สมาชิกทั่วไป
  • กระทู้: 801
  • เพศ: ชาย
  • ~..+..*Heaven*..+..~
    • ดูรายละเอียด
Aircard คืออะไร



แอร์ การ์ด คือ อุปกรณ์โมเด็มอย่างหนึ่งที่ใช้เพื่อเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง PC และ Notebook เข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายความเร็วสูงโดยผ่านโครงข่ายสัญญาณโทรศัพท์ มือถือ โดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า GPRS และ EDGE ในปัจจุบัน ดังนั้นไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนขอแค่ให้มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือก็สามารถใช้งาน แอร์การ์ดเพื่อเข้าอินเตอร์เน็ตได้ทันที

วิธีการใช้ก็เพียงแต่
นำ ซิมโทรศัพท์ที่ได้เปิดบริการ gprs แล้วมาเสียบเข้าไปในตัวแอร์การ์ด (จากนั้นก็ทำการลงโปรแกรม driver ของแอร์การ์ด ซึ่งในปัจจุบันจะมีแอร์การ์ดรุ่นใหม่ ๆ ที่จะทำงานอัตโนมัติ โดยไม่ต้องลง driver)
นำแอร์การ์ดเสียบในช่อง pcmcia หรือที่ช่อง USB interface ของ notebook  จากนั้นก็เปิดโปรแกรมconnect  แอร์การ์ดก็จะทำหน้าที่เชื่อมสัญญาณให้เราสามารถใช้ internet ได้ทันที
ฉะนั้น เราจะมัวใช้โทรศัพท์เชื่อมต่อกับ notebook ให้ยุ่งยากทำไม ในเมื่อแอร์การ์ดถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวกกว่า มีความเสถียรกับระบบมากกว่า กินไฟน้อยกว่า ใช้งานได้ต่อเนื่องนานกว่าเป็น10ชั่วโมง
ความเร็วของ EDGE นั้นสามารถใช้เข้าอินเตอร์เน็ต ฟังเพลง เล่นเกมส์ chat พร้อมดู webcam ได้สบาย แต่ EDGE นั้นไม่ต่างจากคลื่นมือถือตรงที่ว่าในบางช่วงเวลาสัญญาณจะอ่อนหรือหายไป ซึ่งจะทำให้ net เดินสะดุด
ความเร็วของ EDGE นั้นยังไม่สามารถใช้ดู TV หรือ Youtube ได้ต่อเนื่องจำเป็นต้อง download ให้เสร็จก่อนค่อยดูทีเดียว ต้องรอระบบ 3G ที่เป็นแบบ HSDPA เท่านั้น ที่วิ่งด้วยความเร็ว 3.6-7.2Mbps จึงสามารถใช้ดู TV ได้ 3-5 ช่องพร้อมกันแบบสบายๆ ไม่มีติดขัด
คุณสมบัติที่ควรมีใน Aircard

สามารถ รองรับระบบปฏิบัติการได้หลากหลายระบบ เช่น Window Vista, Window XP, Window ME, Window 2000 หรือ Mac OSX ใช้งานโดยเสียบเข้ากับ USB port ได้  หรือไม่ก็ใช้ช่อง Slot PCMCIA ของ Labtop
สามารถอัพเกรด firmware ได้โดยใช้งานได้ทั้งกับเครือข่าย UMTS/ EDGE/ GSM
สามารถรองรับซิมของระบบโทรศัพท์มือถือบ้านเราได้ทุกค่าย รองรับระบบ 3G และ EDGE Class 12/ GPRS Class 12
รองรับการใช้งาน Voice หรือส่ง SMS
ควร เลือก Aircard ที่กินไฟน้อย เพราะเหมาะสำหรับการใช้งานกับเครื่องโน้ตบุ๊ค หากเราใช้ Aircard ที่กินไฟมากๆ พลังงานในแบตเตอรี่ของเครื่องก็จะหมดเร็วไปด้วย
ระบบ GPRS คืออะไร / เทคโนโลยี GPRS หมายถึง / ความเร็ว GPRS

ใน ช่วงเริ่มต้นของระบบ GSM โทรศัพท์มือถือที่ใช้จะเป็นระบบ Analog ซึ่งไม่สามารถใช้รับส่ง Data อะไรได้เลย สามารถใช้โทรศัพท์พูดคุย ( Voice ) ได้อย่างเดียว
ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็นระบบ 2G ซึ่งจะใช้การรับส่งข้อมูลเป็นแบบ Digital ทำให้สามารถรับส่งข้อความ SMS จากเครื่องมือถือได้ เรียกได้ว่าเป็นยุคเริ่มต้นของการใช้โทรศัพท์มือถือ
ต่อมามีการพัฒนาระบบเพื่อให้รองรับการรับส่งข้อมูล package จำนวนมากขึ้น ระบบ 2.5G จึงได้ถูกพัฒนาขึ้นและเป็นต้นกำเนิด GPRS
ระบบ EDGE คืออะไร / เทคโนโลยี EDGE หมายถึง / ความเร็ว EDGE

ระบบ EDGE หรือที่เรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า 2.75G เป็นระบบที่ออกมาขั้นกลางระหว่างระบบ 2G กับ 3G (ปัจจุบันเราใช้ EDGE กันอยู่)
EDGE นั้นพัฒนามาจากระบบ GPRS ให้สามารถรับส่งข้อมูลต่อ slot ได้สูงขึ้น โดยถ้าพัฒนากันจริงๆ สามารถรับส่งข้อมูลได้สูงสุดถึง 384Kbps แต่สำหรับเมืองไทยนั้น ความเร็วสูงสุดของ EDGE ที่ Operator ปล่อยออกมานั้นจะอยู่ที่ 220 - 236.8Kbps เท่านั้น
ระบบ 3G คืออะไร / เทคโนโลยี 3G หมายถึง / ความเร็ว 3G

ระบบ 3G ( UMTS ) นั้นคือการนำเอาข้อดีของ ระบบ CDMA มาปรับใช้กับ GSM เรียกว่า W-CDMA ซึ่งถูกพัฒนาโดยบริษัท NTT DoCoMo ของญี่ปุ่น ระบบ 3G ในเมืองไทยจะเป็นเทคโนโลยีแบบ HSPA ซึ่งแยกย่อยได้เป็น HSDPA , HSUPA และ HSPA+
สำหรับในเมืองไทยนั้น ระบบ 3G ( HSPA ) ที่ Operator นำมาใช้จะเป็น HSDPA โดยการ Download จะอยู่ที่ 7.2Mbps
ข้อ ควรระวังในการเลือกซื้อ Aircard แบบที่รองรับ 3G ในปัจจุบันคลื่นความถี่ 3G ที่ใช้กันจะมีอยู่ 4 ความถี่คือ 850 , 900, 1900 และ 2100 ดังนั้นควรเช็คคลื่นความถี่ที่สามารถรองรับได้ให้ดีก่อนเลือกซื้อ Aircard , Router หรือ โทรศัพท์มือถือ เพราะคลื่นความถี่แต่ละความถี่นั้นจะถูกให้บริการจาก operator ที่ต่างกัน
 

ออฟไลน์ Heaven

  • สมาชิกทั่วไป
  • กระทู้: 801
  • เพศ: ชาย
  • ~..+..*Heaven*..+..~
    • ดูรายละเอียด
    
ADSL คืออะไร

ADSL (Asynchronous Digital Subscriber Line)

เป็น เทคโนโลยีใหม่ที่ปรับปรุง Local loop และใช้ Modem แบบ Synchronous ที่สามารถเปลี่ยนแปลงคู่สายโทรศัพท์ที่ใช้กันอยู่ปัจจุบันให้มีความเร็วใน การส่งข้อมูลมัลติมีเดียด้วยความเร็วสูงได้ โดย ADSL สามารถสื่อสารด้วยความเร็วกว่า 6 Mbps ไปยังผู้ใช้บริการ และได้เร็วถึงกว่า 640 Kbps ในสองทิศทาง ซึ่งอัตราความเร็วดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความจุของสายโทรศัพท์แบบเดิม มากกว่า 50 เท่า โดยไม่ต้องวางสายเคเบิลใหม่ วงจร ADSL นั้นจะเริ่มจากการต่อ ADSL modem เข้าที่ปลายแต่ละด้านของคู่สายโทรศัพท์ที่เป็นสายคู่ตีเกลียว ทำให้เกิดเป็นช่องสื่อสารข้อมูล (Information channel) ขึ้น 3 ช่อง คือช่องสำหรับดาวน์สตรีม (Downstream) ความเร็วสูง ช่องส่งดูเพล็กซ์ (Duplex) ความเร็วปานกลาง และช่องสำหรับให้บริการโทรศัพท์แบบเดิม (POTS:Plain old telephone service) ทั้งนี้ช่องบริการโทรศัพท์แบบเดิมจะถูกแยกออกจากดิจิตอลโมเด็มด้วยฟิลเตอร์ จึงมั่นใจได้ว่าการสนทนาทางโทรศัพท์ตามปกติจะไม่มีการถูกตัดออกแต่อย่างใด
 
ตารางเปรียบเทียบ Bandwidth ADSL
ADSL Upstream   ADSL Downstream   ระยะทางไกลสุด
150 Kbps   1.5 Mbps   18,000 ฟุต
640 Kbps   6.0 Mbps   12,000 ฟุต

ADSL เป็นกระบวนการจัดการกับสัญญาณแบบดิจิตอลและทำการบีบข้อมูลเพื่อส่งผ่านคู่ สายโทรศัพท์ไปยังปลายทาง และใช้เทคโนโลยีในส่วนของ Transformer Analog Filter และ A/D Converter การทำงานมีลักษณะคล้าย ๆ กับเป็นท่อส่งข้อมูล Synchronous ที่มีอัตราความเร็วขนาดต่าง ๆ ไปบนคู่สายโทรศัพท์ธรรมดา ในกรณีที่ต้องการให้เกิดเป็นช่องสื่อสัญญาณได้หลาย ๆ ช่องนั้น ADSL modem จะทำการแบ่งแถบความถี่ที่ใช้งานของคู่สายโทรศัพท์ออกไปอีก 1 ช่อง มี 2 แบนด์ คือเป็น FDM (Frequency Division Multiplexing) หรือ Echo Cancellation โดย FDM กำหนดให้ใช้แบนด์หนึ่งสำหรับอัพสตรีมข้อมูล และอีกแบนด์หนึ่งสำหรับดาวน์สตรีมจะถูกแบ่งด้วยวิธีการของ TDM (Time Division Multiplexing) เป็นช่องความเร็วสูง 1 ช่องขึ้นไป และช่องความเร็วต่ำ 1 ช่องขึ้นไป ส่วนกรณีของอัพสตรีมจะถูกมัลติเพล็กซ์เข้ากับช่องความเร็วต่ำที่สัมพันธ์กัน สำหรับ Echo Cancellation จะกำหนดให้แบนด์อัพสตรีมเกิดการเหลื่อมกับของดาวน์สตรีม และแยกทั้งสองออกจากกันด้วย local echo cancellation ซึ่งเป็นเทคนิคหนึ่งในโมเด็ม V.32 และ V.34 ส่วนเทคนิคอื่น ๆ นั้น ADSL จะแยกย่านความถี่ 4 KHz ไว้สำหรับใช้กับบริการโทรศัพท์พื้นฐานที่ปลาย DC ของแบนด์ ADSL ขณะทำการรวบรวม data stream ที่เกิดจากการมัลติเพล็กซ์ช่องดาวน์สตรีม ช่องดูเพล็กซ์ และช่องบำรุงรักษาเข้าเป็นบล็อก และใส่รหัส Error Correction เข้าแต่ละบล็อก จากนั้นทางด้านรับจะทำการแก้ไขความผิดพลาดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงของการสื่อสัญญาณให้อยู่ในระดับที่รับรู้ได้ด้วยรหัส และความยาวของบล็อก นอกจากนี้ยังทำการสร้างบล็อกพิเศษอีก ด้วยการสอด (interleave) ข้อมูลเข้าไปภายในบล็อกย่อย (subblock) ซึ่งทำให้ภาครับสามารถแก้ไขความผิดพลาดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ เป็นผลทำให้การส่งสัญญาณข้อมูลและภาพเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพใกล้เคียง กัน สถาบันมาตรฐานแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (ANSI) ได้ให้การรับรองมาตรฐาน ADSL ที่อัตราความเร็วสูงถึง 6.1 Mbps นั้นคือมาตรฐาน ANSI T1.413
 

ออฟไลน์ rityaso

  • สมาชิกทั่วไป
  • กระทู้: 183
    • ดูรายละเอียด
 

ออฟไลน์ Heaven

  • สมาชิกทั่วไป
  • กระทู้: 801
  • เพศ: ชาย
  • ~..+..*Heaven*..+..~
    • ดูรายละเอียด


มอนิเตอร์คืออะไร

มอนิเตอร์ (Monitor) หรือที่นิยมเรียกว่า "จอภาพ" คืออุปกรณ์ที่เป็นช่องทางให้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอกนิกส์แบบอื่น ๆ ที่มีจอ แสดงผลการสั่งงาน แสดงผลข้อมูลหรือสารสนเทศไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของข้อความ รูปภาพ กราฟฟิกหรือวีดีโอ ให้ผู้ใช้ได้เห็นคะ ขนาดของจอภาพที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์มีหลากหลายขนาด ซึ่งกำหนดด้วยการวัดทแยงมุมจอภาพ เช่น จอภาพ 14 นิ้ว, 15 นิ้ว, 17 นิ้ว, 20 นิ้ว ฯลฯ  อดีตจะมีแค่จอภาพชนิดเดียวคือ จอภาพซีอาร์ที (CRT Monitor) ที่ทำงานเหมือนจอโทรทัศน์ที่ทำจากแก้ว ต่อมาก็มีการพัฒนาจอภาพขึ้นมาหลายรูปแบบ หน้าจอกว้างขึ้นและมีขนาดที่บางลง เช่น จอแอลซีดี (LCD monitor)  จอพลาสม่า (plasma monitor)
 

ออฟไลน์ Heaven

  • สมาชิกทั่วไป
  • กระทู้: 801
  • เพศ: ชาย
  • ~..+..*Heaven*..+..~
    • ดูรายละเอียด


CPU คืออะไร

           CPU ย่อมาจาก Central Processing Unit คือ หน่วยประมวลผลกลาง ตามที่พจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถานบัญญัติศัพท์เอาไว้ หรือเีรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โปรเซสเซอร์ (Processor) หรือ ชิป (Chip) CPU มีลักษณะเป็นชิปตัวเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง ภายใน CPU จะประกอบไปด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากมายมหาศาล ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า CPU จะทำหน้าที่คำนวณตัวเลขจากชุดคำสั่งที่ผู้ใช้ป้อนโปรแกรมเข้าไปแล้ว CPU จะไปอ่านชุดคำสั่งมาแปลความหมาย และทำการคำนวณ เมื่อได้ผลลัพธ์ก็จะส่งผลลัพธ์ออกไปแสดงผลทางหน้าจอ

CPU อยู่ส่วนไหนของคอมพิวเตอร์

             เมื่อเปิดฝาเคสจะเห็นว่าอุปกรณ์หลัก ๆ มีอยู่ไม่กี่ชิ้น แต่จะมีแผงวงจรที่เต็มไปด้วยลายวงจร เรียกว่า เมนบอร์ด CPU จะวางอยู่บนเมนบอร์ด ตรงที่มีพัดลมและแผ่นโลหะระบายความร้อน เรียกว่า ฮีตซิงค์ (Heatsink) วางทับอยู่ ส่วนนั้นคือ CPU จะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสจะทำมาจากวัสดุประเภทเซรามิค ภายในจะบรรจุด้วยวงจรทรานซิสเตอร์ ซึ่งมีขนาดเล็กเป็นล้านตัว ภายใต้ตัว CPU จะมีเหล็กแหลม ๆ คล้ายกับเข็มเป็นจำนวนมากส่วนนี้เรียกว่า ขาของ CPU ส่งสัญญาณเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับอุปกรณ์ต่าง ๆ
 

ออฟไลน์ Heaven

  • สมาชิกทั่วไป
  • กระทู้: 801
  • เพศ: ชาย
  • ~..+..*Heaven*..+..~
    • ดูรายละเอียด

ลิโคน Thermal Compound คืออะไร..??

...ซิลิโคนคือ สารประกอบพวกThermal Compound หรือตัวนำความร้อนนี่เอง ทำหน้าที่เชื่อมประสาน
นำความร้อนจากซีพียูไปยังฮีทซิงค์เพื่อให้พื้นที่ผิว สัมผัสกันได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนได้ดีขึ้น
เพราะหากไม่มีซิลิโคนคั่นระหว่างซีพียูและฮีทซิงค์ หากติดตั้งฮีทซิงค์มาไม่ดี หรือขาล็อกฮีทซิงค์ไม่แข็งแรงแล้ว
ความร้อนจะไม่ถ่ายเทไปยังฮีทซิงค์ได้เท่าที่ควรและทำให้ซีพียูร้อนมากขึ้น เกินไปจนซีพียูไหม้ได้


ทำไมต้องใช้ซิลิโคน...??

...หากเกิดช่องว่างระหว่าซีพียูและฮีทซิงค์ซีพียูร้อนจี๋ แต่ฮีทซิงค์กลับเย็นปกติ...อาจรู้สึกขัดๆกันนิดหน่อยเหมือนกันเพราะ
ตามหลักคือถ้าฮีทซิงค์ร้อนก็หมายถึงว่าฮีทซิงค์นั้นระบายความร้อนไม่ทันและ ไม่เหมาะกับความเร็วซีพียู หรือระบายความ
ร้อนได้ดีครับ ให้เข้าใจว่าถ้ามีความร้อนเกิดขึ้นที่ฮีทซิงค์ ก็คือ ฮีทซิงค์เริ่มทำงานได้ครับ แต่เราจะมาดูคือ ถ้าใช้งานแรกๆ
ฮีทซิงค์จะร้อนปกติ เกิดวันดีคืนดีฮีทซิงค์กลับเย็นลง แต่ซีพียูร้อนมากทราบจากเข้าดูอุณหภูมิที่ไบออส นั่นคือเกิดช่องว่างขึ้น
หมายถึงฮีทซิงค์ติดตั้งไม่แน่น ไม่แนบสนิท การทาซิลิโคนจะช่วยอุดช่องว่างหมดไป เพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสซีพียูกับฮีทซิงค์ให้
สัมผัสกันได้ดีขึ้นทำให้ช่วยนำ ความร้อนไปยังฮีทซิงค์ได้ดีขึ้น ยิ่งซีพียูรุ่นใหม่ๆมีความเร็วสูง พื้นที่ตัวแกนซีพียูหรือcore มี
ขนาดเล็กลง ความร้อนต่อหน่วยพื้นที่มีมากขึ้น การระบายความร้อนต้องดีตามด้วย ซีลิโคนหรือสารนำความร้อนต่างๆจึงสำคัญมาก
และซิลิโคนสารนำความร้อนที่ใช้ก็ผลิตมาสำหรับนำความร้อนได้ดีในพื้นที่จำกัด ด้วย


Thermal Compoundทำจาก...??

...ซิลิโคนที่ใช้กันในอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป มี2ประเภทคือ สารที่เป็นโลหะ และสารโลหะผสมออกไซด์
ซึ่งเป็นสารประกอบซิงค์ออกไซด์ อลูมินัมออกไซด์ คอปเปอร์ออกไซด์ และซิลเวอร์ออกไซด์ก็ได้ คุณสมบัติ
ส่วนใหญ่คือ ไม่นำไฟฟ้า ไม่แห้ง เหนียว ลักษณะเป็นครีมสีขาว สีแดง สีเทา อาจมีสีอื่นได้ขึ้นอยู่กับว่าใส่สาร
ประกอบนำความร้อนชนิดใดถ้า เป็นสารแบบโลหะจะนำความร้อนและนำไฟฟ้าด้วย ต้องพิจารณาด้วยว่าควรเอา
มาใช้ระบายความร้อนสื่อนำไฟฟ้าอะไรบ้าง และระมัดระวังการทาโดนส่วนอื่นที่อาจเกิดการซ็อตกันขึ้น บางชนิดเหนียว
เช็ดทำความสะอาดออกง่าย บางชนิดเหมือนกาวเชื่อม เหมาะสำหรับวัสดุที่ติดแล้วติดเลย เช่นชิพเช็ต การ์ดวีจีเอเป็นต้น


วิธีการใช้Thermal Compound

...การทาซิลิโคนควรทาในบริเวณที่เกิดความร้อนสูง คือแกนcore หรือชิพซีพียู แล้วค่อยทำการติดตั้งฮีทซิงค์ลงไป
ไม่จำเป็นที่จะต้องทาหนามากเกินไป เพราะจะเป็นการดันความร้อนแทนที่จะนำความร้อน ควรทาบางพอประมาณว่า
สามารถเชื่อมรอยต่อได้ หรือจะทาหนาๆไว้ก่อนก็ได้ครับ พอติดตั้งฮีทซิงค์แล้ว แรงกดจะกระจายสาร Thermal Compound
หรือ ซิลิโคนออกไปทำให้อากาศช่องว่างออกไปหมด คือแนบสนิทครับ นอกจากใช้งานกับซีพียูแล้ว หน่วยความจำ
ชิพเช็ต อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆที่มีความร้อนก็สามารถใช้ด้วยกันได้ และชิพวิจีเอก็ใช้ชิลิโคนทาเพื่อนำความร้อน
ได้ด้วยเช่นกัน ก่อนทาควรทำความสะอาดผิวสัมผัสให้สะอาดเสียก่อน ที่จะติดตั้งฮีทซิงค์ดูด้วยว่าแนบสนิทกันดีหรือไม่
อาจจะต้องทำให้ผิวเรียบสนิทขึ้นก่อนใช้งาน โดยการขัดผิวฮีทซิงค์ด้วยกระดาษทรายละเอียดเพื่อลอกเอาสิ่งสกปรกออก
และทำความสะอาดอีกครั้งและพอเห็นว่าเรียบสนิทดีแล้วก็ทาThermal Compoundลงไป และกรณีที่จะใช้Thermal
Compoundแบบออกไซด์ผสมจะไม่มีปัญหาเรื่องซ็อตกันเท่าไหร่ เพราะไม่นำไฟฟ้า ถ้าสารThermal Compound
เป็นแบบโลหะก็ควรระมัดระวังการทาโดนวงจรอื่นของซีพียูหรือทาโดนบริเวณอื่นเข้า เพื่อป้องกันการซ็อตขึ้นครับ

 

ความคิดเห็น สมัครงาน  



กระทู้เมื่อเร็วๆนี้   ลงขายสินค้า  


กระทู้เมื่อเร็วๆนี้
  สอน+++ขุดบิทคอยล์จากแอพฯมือถือ ขุดได้ฟรีๆทุกที่ทุกเวลา   โดย... System (ข่าวเทคโนโลยี)  วันนี้ เวลา 19:25
  Hiren’s BootCD WinPE10 Premium Edition Build 190103 Full Version   โดย... Socoman (ฟรีซอฟแวร์)  วันนี้ เวลา 16:48
  NKBoot2021V1 LEGACY UEFI Boot (Winpe) + คู่มือ   โดย... Socoman (ฟรีซอฟแวร์)  วันนี้ เวลา 16:20
  Everything YAJOK OS _ PE learning   โดย... ยาจกวุฒิ™ (ฟรีซอฟแวร์)  21 ม.ค. 21, 10.41
  Easy Driver Pack 7.20.1222.1 - 2021.01.15 Koera   โดย... Socoman (รวมไดรเวอร์)  20 ม.ค. 21, 14.40
  โปรแกรม ดูด Driver เก็บไว้ ก่อนติดตั้ง windows ใหม่   โดย... chan2524 (ฟรีซอฟแวร์)  20 ม.ค. 21, 11.24
  ระบบปฏิบัติการ Android 12 ในอนาคตอาจมีฟีเจอร์ Hibernation ลบข้อมูลและแคชในแอป   โดย... System (ข่าวเทคโนโลยี)  20 ม.ค. 21, 07.05
  Apple อาจเตรียมเปิดตัว iMac ดีไซน์ใหม่พร้อม Mac Pro อีก 2 รุ่นในปีนี้   โดย... System (ข่าวเทคโนโลยี)  19 ม.ค. 21, 07.58
  'ทรัมป์' สั่งแบน Xiaomi แล้ว! พร้อมบริษัทจีนอีก 8 บริษัท ส่งท้ายก่อนพ้นวาระ   โดย... System (ข่าวเทคโนโลยี)  18 ม.ค. 21, 08.48
  ปัญหา ไม่เห็น SSD   โดย... battle (ตอบปัญหาคอมฯ)  16 ม.ค. 21, 12.12
  Samsung เปิดตัว Exynos 2100 ชิปเซ็ตไฮเอนด์ขนาด 5nm พร้อมใช้งานบน Galaxy S21   โดย... System (ข่าวเทคโนโลยี)  15 ม.ค. 21, 07.52
  Samsung เปิดตัว Exynos 2100 ชิปเซ็ตไฮเอนด์ขนาด 5nm พร้อมใช้งานบน Galaxy S21   โดย... System (ข่าวเทคโนโลยี)  14 ม.ค. 21, 07.40
  Windows 8 PE - Full Apps - Boot UEFI And LEGACY 17/11/2016   โดย... khunkhao (ฟรีซอฟแวร์)  13 ม.ค. 21, 12.17
   (ขอใครมี PE ตัวนี้ )10 PE SE UEFI ทดสอบได้แล้วครับ ติชม เพิ่มเติมก้บอกมาได้ครับ   โดย... ยาจกวุฒิ™ (ตอบปัญหาคอมฯ)  13 ม.ค. 21, 08.45
  Intel เปิดตัวชิปเซ็ตใหม่พร้อมเผยข้อมูล Intel 12th Gen "Alder Lake" ในงาน CES2021   โดย... System (ข่าวเทคโนโลยี)  13 ม.ค. 21, 07.50
  Microsoft Edge เพิ่มฟีเจอร์ History Sync ให้ผู้ใช้เรียกดูประวัติการใช้งานบนอุปกร   โดย... System (ข่าวเทคโนโลยี)  12 ม.ค. 21, 07.46
  Service Windows update หาย windows 7 แนะนำวิธีแก้ไขหน่อยครับ   โดย... ยาจกวุฒิ™ (ตอบปัญหาคอมฯ)  11 ม.ค. 21, 19.52
  Google ทยอยเพิ่มอัปเดตมาตรการเฝ้าระวัง COVID-19 ของร้านค้าต่างๆ บน Google Search   โดย... System (ข่าวเทคโนโลยี)  10 ม.ค. 21, 07.43


กระทู้แนะนำ   กลับหน้าแรก  


  สอน+++ขุดบิทคอยล์จากแอพฯมือถือ ขุดได้ฟรีๆทุกที่ทุกเวลา    โดย...System
  การติดตั้ง Android Studio เพื่อสร้าง แอพพลิเคชั่น สำหรับมือใหม่   โดย... Wittawat
  NT6x Setup Utility.....ศึกษาดูเองว่าเอาไว้ทำอะไร?   โดย... TµlTang­­™
  แปลง Windows ที่ติดตั้งแล้วแบบ BIOS/MBR เป็น UEFI/GPT   โดย... TµlTang­­™
  สร้างWin8.1PEในสไตล์ของเรา ด้วยWinbuilder : Chapter 1   โดย... Mr.KKD
  สร้างWin8.1PEในสไตล์ของเรา ด้วยWinbuilder : Chapter 2   โดย... Mr.KKD
  วิธีโกสใบออสแบบ UEFI+GPT+Win8 8.1 64Bit   โดย... จินตะ
  คู่มือการโกสด้วย Easy sysprep 4 English Version By Socoman ภาคแรก   โดย... Socoman
  คู่มือการโกสด้วย Easy sysprep 4 English Version By Socoman ภาคสอง   โดย... Socoman
  คู่มือการโกสด้วย Easy sysprep 4 English Version By Socoman ภาคสาม Win7   โดย... Socoman
  คู่มือการโกสด้วย Easy sysprep 4 English Version By Socoman ภาค4 Win10   โดย... Socoman
  MULTIBOOT HDD + EXTERNAL HDD + USB FLASH DRIVE   โดย... Dawud
  MULTIBOOT HDD+EXTERNAL HDD+USB FLASH DRIVE II   โดย... Dawud
  10 PE SE UEFI ทดสอบได้แล้วครับ ติชม เพิ่มเติมก้บอกมาได้ครับ   โดย... ยาจกวุฒิ™
  คู่มือการทำ Ghost Auto Driver ด้วย Sysprep ceo 2015 / 2016   โดย... Socoman
  วิธีการติดตั้งGhost Windows ที่สร้างจาก MBR/BIOS ให้ใช้ได้กับ GPT/UEFI   โดย... Socoman
  Ghost auto driver แปลงเป็น WIM การเก็บ image และแตก image ด้วย WIM   โดย... lnwfern13
  การใช้งาน Ghost แบบละเอียด สำหรับมือใหม่ (Backup & Restore)   โดย... กฤษ
  การทำ Ghost Boot Menu สำหรับการ Backup & Restore แบบ Auto   โดย... กฤษ
  การทำ Ghost Restore ที่ Boot Menu สำหรับยูสเซอร์ (Support Win 7,8,10)   โดย... กฤษ




     บริษัท รับทําเว็บไซต์
     Servo motor Mitsubishi
     Inverter Mitsubishi
     Plc Mitsubishi
     power bank
     นำเข้าสินค้าจากจีน
     รับทำ adwords
     ว่างอยู่ สนใจดู ที่นี่
     แฟลชไดร์ฟ
     แก้ทรงคิ้ว รับสักคิ้ว
     ว่างอยู่ สนใจดู ที่นี่      รับสักคิ้ว 6 มิติ
     ว่างอยู่ สนใจดู ที่นี่      ว่างอยู่ สนใจดู ที่นี่
     สินค้าพรีเมี่ยม
     Inverter Mitsubishi
     ว่างอยู่ สนใจดู ที่นี่
     คิ้วหกมิติ
     กระบอกน้ำ
     ปากกา
 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24